กางเหตุผล 5 ข้อพร้อมดัน “สควิดเกม เล่นลุ้นตาย (Squid Game)” ขึ้นแท่นซีรีส์ โปรดเรื่องถัดไปในลิสต์ปีนี้ ตื่นเต้นรอแล้ว!

0
ระงับความตื่นเต้นแทบไม่ไหว เมื่อซีรีส์ สควิดเกม เล่นลุ้นตาย (Squid Game) กำลังจะออนแอร์ในสัปดาห์นี้แล้ว เพราะสิ่งที่กำลังรอคอยเราอยู่คือเรื่องราวสุดลึกลับของเหล่าผู้เข้าแข่งขันหลายร้อยชีวิตที่ประสบปัญหาทางการเงิน และได้มาเข้าร่วมเกมเด็กเล่นที่เต็มไปด้วยปริศนาลึกลับ บรรดาผู้เล่นตอบรับคำเชิญสุดประหลาดด้วยความหวังว่าจะคว้าทั้งชัยชนะและเงินรางวัลมหาศาล แต่โชคร้ายที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าราคาของความพ่ายแพ้นั้นต้องจ่ายด้วยชีวิต ถ้าฟังแค่พล็อตก็อยากดูแล้วละก็ เราคือเพื่อนกัน แต่ก่อนหน้านั้นลองมาดูอีกหลายเหตุผลว่าทำไมซีรีส์เรื่องนี้จะกลายเป็นซีรีส์โปรดเรื่องใหม่ในลิสต์ของคุณ
  1. ที่สุดกับที่สุดมาเจอกัน 
ภาพ จาก Netflix
ผู้สร้างซีรีส์ สควิดเกม เล่นลุ้นตาย คือผู้กำกับฮวังดงฮยอก ซึ่งโด่งดังจากผลงานภาพยนตร์รางวัลอย่าง Silenced, Miss Granny และ The Fortress เขาไม่เคยทำให้ผู้ชมผิดหวังไม่ว่าจะเป็นผลงานประเภทใด และความทุ่มเทที่เขามีให้กับซีรีส์ สควิดเกม เล่นลุ้นตาย นี้ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า เขาวางแผนทำซีรีส์เรื่องนี้มานานกว่า 10 ปี นอกจากนี้ยังได้นักแสดงชื่อดังอย่างอีจองแจและพัคแฮซูมาเป็นตัวเอก โดยทั้งสองต่างเป็นนักแสดงมือรางวัล ซึ่งสามารถถ่ายทอดตัวละครได้หลากหลายบทบาท ด้วยอีจองแจผู้มีผลงานติดอันดับบ็อกซ์ออฟฟิศมากมาย และพัคแฮซูผู้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้ในทุกๆ บทบาทใหม่ ทำให้ซีรีส์ สควิดเกม เล่นลุ้นตาย นับเป็นการพบกันของผู้กำกับที่ดีที่สุดและนักแสดงที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้
  1. เกมเอาชีวิตรอดในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ภาพ จาก Netflix
เป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้เล่น 456 คนจะรอดชีวิตและคว้ารางวัลได้ทั้งหมด แต่ปริศนาว่าใครที่จะตายเป็นรายต่อไปและจะตายอย่างไรนั้น สร้างบรรยากาศที่ตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความตึงเครียดระทึกขวัญ ไม่มีผู้เล่นคนใดเลยที่รู้มาก่อนว่าเกมนี้ต้องแลกด้วยชีวิต จนกระทั่งพวกเขาได้ตระหนักหลังจากเกมแรก เรื่องราวที่ว่าผู้เล่นเหล่านี้สมัครใจเข้าร่วมเกมอย่างไรกันบ้างนั้น ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้แตกต่างอย่างชัดเจนจากภาพยนตร์และซีรีส์เอาชีวิตรอดเรื่องอื่นๆ คุณจะค่อยๆ ดำดิ่งลงไปในเรื่องเมื่อได้เห็นด้านมืดของธรรมชาติมนุษย์ เหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้จะทำให้หัวใจเต้นรัวด้วยความสนุกไปพร้อมๆ กับที่ต้องคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับแต่ละคน
  1. การหักมุมเกมเด็กเล่น
ภาพ จาก Netflix
เกมที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเล่นเพื่อเอาชีวิตรอดล้วนเป็นเกมสมัยเด็กที่คุ้นเคยทั้งหมด และการนำเอาเกมเด็กเล่นเหล่านี้มาเล่าควบคู่กับความเป็นความตายเมื่อพ่ายแพ้ ทำให้เราเห็นภาพที่ย้อนแย้งเสียเหลือเกินระหว่างความใสซื่อบริสุทธิ์และประสบการณ์อันสนุกสนานในวัยเด็ก หลายเกมก็เป็นเกมที่เราต่างเคยเล่นมาก่อนอย่างเช่น “เออีไอโอยู หยุด” นอกจากนี้เรายังจะได้เห็นเกมเด็กเล่นสุดคลาสสิกของเกาหลีอีกด้วย การที่เราต่างก็มีประสบการณืที่เชื่อมโยงได้กับเกมที่แสนเรียบง่ายแต่ถึงตายนี้ ถือเป็นอีกการหักมุมที่ดีและเกินคาด เมื่อเทียบกับซีรีส์เอาชีวิตรอดอื่นๆ คุณเองก็จะได้ย้อนนึกถึงเกมโปรดในวัยเด็กไปพร้อมกับการรับชมบรรดาผู้เล่นฟาดฟันกันในเกม
  1. พล็อตเรื่องที่ล้ำลึก
ภาพ จาก Netflix
หากมองเผินๆ อาจรู้สึกว่าพล็อตของ สควิดเกม เล่นลุ้นตาย ก็ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ความจริงแล้วซีรีส์เรื่องนี้เต็มไปด้วยการแทนสัญลักษณ์อย่างชาญฉลาด สะท้อนภาพของสังคมร่วมสมัยและการแข่งขันไม่จบสิ้นของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม โดยเป็นความตั้งใจสุดสร้างสรรค์ของผู้กำกับฮวังดงฮยอก ที่ต้องการแสดงให้เห็นความย้อนแย้งว่าเจตนารมณ์ที่ดีของระบบทุนนิยม ซึ่งเดิมต้องการที่จะช่วยให้ประชาชนอยู่ดีกินดีนั้น แท้จริงแล้วสามารถทำร้ายมนุษย์และนำไปสู่การแข่งขันอันโหดร้ายได้อย่างไร เราจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนและแจ่มแจ้งของธรรมชาติมนุษย์และเห็นว่าแต่ละคนมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อสถานการณ์ที่เราไม่สามารถไว้ใจใครได้ทั้งสิ้น โดยมีสัญลักษณ์มากมายที่ทิ้งเอาไว้ให้ตีความได้อย่างล้ำลึก
  1. ชีวิตหลากมิติของแต่ละตัวละคร
ภาพ จาก Netflix
ซีรีส์เรื่องนี้ได้ทัพนักแสดงมากความสามารถมาร่วมถ่ายทอดบทบาทอันหลากหลายของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนซึ่งล้วนเผชิญกับสถานการณ์สิ้นหวังในชีวิตที่แตกต่างกันออกไป และนำพาพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเกมสุดอันตรายนี้ โดยตัวละครเหล่านี้มีคนทุกประเภท ไม่ว่าจะประสบปัญหาหนี้สินการพนันไปจนถึงการหาเลี้ยงครอบครัว พวกเขาหลายคนต้องต่อสู้อย่างหนักในจิตใจเมื่อตระหนักว่าหากต้องการจะชนะเกมนี้ คู่แข่งคนอื่นๆ ต้องตาย และในระหว่างที่เราได้เห็นพวกเขาค่อยๆ โอบรับความจริงนี้ไว้ เราเองก็จะได้ดำดิ่งไปกับเรื่องราวของพวกเขาแต่ละคนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปพร้อมๆ กัน
จากทั้งหมดนี้มีเหตุผลข้อไหนโดนใจใครเป็นพิเศษบ้าง? อย่าพลาดชมซีรีส์ สควิดเกม เล่นลุ้นตาย ตั้งแต่วันแรก 17 กันยายนนี้ที่ Netflix เท่านั้น!