ซัมซุงเปิดตัว SamsungOdyssey Neo G7 หน้าจอเกมมิ่งMini-LEDขนาด 43 นิ้วรุ่นแรก จอ Quantum Mini-LED ขนาดใหญ่ 43 นิ้วจะพาเกมเมอร์ดำดิ่งสู่โลกของเกมอย่างแท้จริง

8กุมภาพันธ์2566– ซัมซุงประกาศเปิดตัว Samsung Odyssey Neo G7 (รหัสรุ่น: G70NC) สู่ตลาดโลกแล้ววันนี้ มาในจอแบนแบบ Mini-LED ขนาด 43 นิ้วรุ่นแรกของซัมซุงและจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่ทำให้เหล่าเกมเมอร์มีขอบเขตการมองเห็นและรายละเอียดที่ครบถ้วนยิ่งขึ้นชวนพวกเขาดำดิ่งสู่โลกของการเล่นเกมได้อย่างแท้จริงด้วยคุณภาพของภาพที่สมจริง

“ตลาดของหน้าจอเกมมิ่งนับวันจะมีความต้องการในขนาดหน้าจอใหญ่มากขึ้นและเกมเมอร์ต่างต้องการใช้หน้าจอของตนเองอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้นด้วย”ฮูน ชุง รองประธานบริหารกลุ่มธุรกิจหน้าจอแสดงผลของ ซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ กล่าว“ซัมซุงไม่เพียงมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่มุ่งสร้างสรรค์ขีดความสามารถใหม่ๆ ให้กับหน้าจอที่ทำให้เกมเมอร์ได้ทั้งเทคโนโลยีและความบันเทิงแบบครบจบในที่เดียว นวัตกรรมของเรากำลังทำให้ชาวเกมเมอร์ได้เพลิดเพลินกับเกมด้วยประสิทธิภาพการแสดงภาพที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ทางอารมณ์อันเข้มข้น” Samsung Odyssey Neo G7ถูกออกแบบเพื่อมอบคุณภาพของภาพที่ดูมีชีวิตสมจริง พร้อมมุมมองการรับชมประสิทธิภาพสูงและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการตลอดจนคุณสมบัติในการปรับเปลี่ยนได้แบบเฉพาะบุคคลเพื่อสร้างสภาวะที่เหมาะสมที่สุดในการเล่นเกมและรับชมความบันเทิงหน้าจอเกมมิ่งที่ใหญ่พอสำหรับทุกเกมและทุกแพลตฟอร์ม

หน้าจอขนาด 43 นิ้วให้ความละเอียดระดับ 4K (3,840 x 2,160)พร้อมการรับรองมาตรฐาน VESA Display HDR600และ HDR 10+เพื่อคุณภาพการแสดงภาพขั้นสูงที่แสดงกราฟิกที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบันได้ Samsung Odyssey Neo G7ใช้ Quantum Mini LEDควบคุม LED ได้อย่างประณีตและแม่นยำ ทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นสีดำได้ลึกยิ่งขึ้น แสดงสีสันกว้างขึ้นและละเอียดมากยิ่งขึ้นแม้ในสภาพแวดล้อมของเกมจะมืดสลัวผิวหน้าจอแบบ Matte Displayจะลดแสงสะท้อนบนหน้าจอช่วยขจัดสิ่งรบกวนสมาธิในช่วงที่การเล่นเกมดำเนินไปอย่างเข้มข้น และทำให้หน้าจอถ่ายทอดรายละเอียดได้อย่างเต็มที่

Samsung Odyssey Neo G7เหมาะกับการเล่นเกมบนทุกๆแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะใช้ DisplayPort หรือ HDMI เชื่อมต่อกับเกมมิ่งคอมพิวเตอร์หรือจะเปลี่ยนไปใช้พอร์ต HDMI 2.1 เพื่อเล่นบนเกมคอนโซลรุ่นล่าสุด ตลอดจนการเป็นอีกทางเลือกสำหรับการเล่นเกมบนบนอุปกรณ์มือถือโดยเชื่อมต่อกับหน้าจอใหญ่ 43 นิ้วผ่าน Wi-fi หรือ Bluetooth

 

ประสิทธิภาพที่จะยกระดับการเล่นเกมให้สูงล้ำขึ้นอีกขั้น

ด้วย Refresh rate144 เฮิร์ตซ์และความเร็วในการตอบสนอง 1 มิลลิวินาทีส่งผลให้ตอบสนองได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว และยังช่วยให้การเคลื่อนไหวของเมาส์มีความแม่นยำนอกจากนี้ยังรองรับAMD FreeSync Premium Proที่นอกจากราบรื่นและรวดเร็วยังช่วยลดภาพกระตุกความหน่วงในการตอบสนองคำสั่ง และการฉีกขาดของภาพบนหน้าจอได้อีกด้วย

Samsung Odyssey Neo G7 สามารถปรับเปลี่ยนหน้าจอได้อย่างหลากหลายทั้งขนาด ตำแหน่ง และสัดส่วนฟีเจอร์ Flex Move Screen สามารถปรับเปลี่ยนขนาดหน้าจอได้ตั้งแต่ 43 นิ้วถึง 20 นิ้วรวมถึงตำแหน่งการแสดงภาพบนหน้าจอทำให้ผู้ใช้สามารถหาความลงตัวเพื่อให้ทำผลงานได้อย่างสุดฝีมือในทุกๆ เกม

Samsung Game Bar[1] เครื่องมืออันทรงพลังที่ให้ผู้ใช้ดูและปรับเปลี่ยนค่าสำคัญๆ ได้โดยไม่ต้องออกจากหน้าจอเกมทั้งจำนวนภาพต่อวินาที(Frames Per Second – FPS),สัดส่วนภาพ, การแสดงภาพที่มีช่วงความแตกต่างของความสว่างสูง (High Dynamic Range – HDR) และอัตรารีเฟรชแบบแปรผัน (Variable Refresh Rate – VRR) หรือปรับเปลี่ยนการตั้งค่าต่างๆ อาทิ สัดส่วนหน้าจอ อัตรการตอบสนอง และโหมด Game Picture

คุณสมบัติอัจฉริยะเพื่อประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล

Samsung Odyssey Neo G7 มาพร้อมคุณสมบัติอัจฉริยะที่คิดค้นขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ กับประสบการณ์ที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการผ่าน Samsung Smart Hub

นอกจากนี้ผู้ใช้สามารถรับชมโทรทัศน์แบบสมาร์ททีวีด้วยแอปต่างๆ จากพันธมิตร เช่น Prime Video, Netflix และ YouTube ผ่าน Samsung Smart Hubกับคอนเทนต์ที่หลากหลายในรูปแบบบริการผ่านอินเทอร์เน็ต (Over-the-Top – OTT) โดยเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นใด

Samsung Odyssey Neo G7เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษแถมฟรีSoundbar HW-T400 มูลค่า 3.490 บาท เมื่อซื้อSamsung Odyssey Neo G7ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2566 ผ่านsamsung.com, Lazada, Shopee และร้านค้าที่ร่วมรายการโดยผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่Samsung Odyssey Neo G7

G70NC
หน้าจอ ขนาดหน้าจอ 43 นิ้ว
แบน/โค้ง แบน
ประเภทของหน้าจอ Quantum Mini-LED
สัดส่วนหน้าจอ 16:9
ภาพ อัตรการรีเฟรช (สูงสุด) 144 เฮิร์ตซ์
ความสว่าง (ทั่วไป) 400 nit
HDR VESA Display HDR600 

HDR10+ Gaming

ความเร็วในการตอบสนอง ความเร็วในการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของภาพ(MPRT) 1 มิลลิวินาที
มุมมองการรับชม 178/178
คุณสมบัติด้านการเล่นเกม VRR FreeSync Premium Pro
คุณสมบัติอัจฉริยะ มี Gaming Hub, Media Hub
เสียง ลำโพง 20 วัตต์ x 2 ตัว
อินเตอร์เฟส พอร์ตวีดีโอ DisplayPort (1.4)x 1 พอร์ต /HDMI(2.1)x 2 พอร์ต
พอร์ต USB USB 3.0 x 3 พอร์ต
อื่นๆ Ethernet LANx 1 พอร์ต, WiFi5, Bluetooth 5.2
การออกแบบ ไฟส่องสว่าง มี(Core Sync)
ขาตั้ง ปรับก้ม-เงย
อุปกรณ์ยึดติดผนัง VESA (200×200)

[1]Game Bar รองรับการเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์พีซีและคอนโซลเกม แต่ไม่รองรับ Samsung Gaming Hub

Related articles

ป้องกันไฟล์จาก Ransomware ฟรี ! ด้วย Windows Defender

Ransomware หรือไวรัสขโมยไฟล์เรียกค่าไถ่ อาจเคยทำให้ใครหลาย ๆ คนปวดหัวไม่น้อย วันนี้แอดเลยขอนำเสนอวิธีการป้องกันไวรัสขโมยไฟล์เบื้องต้น โดยใช้ฟีเจอร์ใน Windows Defender...

วิธีตั้งค่าไบออส แก้ปัญหา Intel Gen 13 และ Gen 14 ทำเกมแครช/เล่นไม่ได้

สำหรับใครที่มีปัญหาเกมแครช, คอมดับตอนเล่นเกม หรือเกมเปิดไม่ได้พร้อมแจ้งแรมการ์ดจอไม่พอ "Out of video memory" ซึ่งเกิดในคนที่ใช้ซีพียู Intel...

หลุด!! ผลทดสอบ AMD Strix Halo มาพร้อม iGPU ใหญ่มาก 40 CUs แรงใกล้เคียง RTX 4060-4070 Mobile

หากใครได้ตามข่าวสารซีพียูน่าจะเคยได้ยินเรื่อง AMD Ryzen ตัวหนึ่งที่ใช้โค้ดเนม Strix Halo ซึ่งมาพร้อมชิปกราฟิกออนบอร์ด หรือ iGPU...

realme เสริมทัพ Portrait Master! เตรียมนำเข้ารุ่นเล็กสเปกคุ้ม ทั้ง “realme 12 5G” และ “realme 12X 5G” กับ Lossless 3X Zoom รุ่นแรกในระดับราคาเดียวกันพร้อมรองรับ 5G ในราคาหลักพัน

กรุงเทพฯ 18 เมษายน 2567 – หลังสร้างปรากฏการณ์The New Portrait Masterที่มาพร้อมแคมเปญกิจกรรมการถ่ายภาพสุดปังแห่งปี Make It Real!สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการสมาร์ตโฟนเมืองไทยไปตามคาด...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า