รีวิว HOTWAV รุ่น Pearl K2

0

สมาร์ทโฟนค่าย HOTWAV หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นกับชื่อนี้ แต่สำหรับเมืองนอกมีมานานแล้วครับและบ้านเราตามชานเมืองและร้านตู้ต่างๆพอมีให้เห็นบ้างเพราะพึ่งจะเริ่มนำเข้ามาทำตลาดในบ้านเราเมื่อเร็วๆนี้เอง

HOTWAV วางจำหน่ายและดูแลหลังการขายผ่าน AJ THAI ซึ่งเป็นบริษัทมหาชน มีความน่าเชื่อถือมากอีกบริษัทของไทยมายาวนาน ถือใครนึกไม่ออกให้นึกถึง พระเอกตัวจริงต้อง AJ ครับผม

กลับมาที่ HOTWAV รุ่น Pearl K2 ที่จะรีวิวในบทความนี้เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจมากๆ จุดเด่นที่ต้องใช้งานจริงมีมาให้แทบจะครบทุกฟังก์ชั่น เรามาดูความน่าสนใจรุ่นนี้กันก่อนว่าจะน่าสนใจมากน้อยขนาดไหน ไปกันเลย

จุดเด่นที่น่าสนใจ SPEC HOTWAV รุ่น Pearl K2

  • หน้าจอทรงหยดน้ำ IPS ความละเอียด HD+ ความละเอียด 1520×720 พิกเซล 269 ppi
  • รองรับ Dual 4G LTE พร้อมกันทั้งสองซิม
  • รองรับ WiFi 2.4 / 5.0 GHz / Wi-Fi Hotspot
  • Android 9.0 PIE แบบ 64 bit
  • ชิปประมวลผล CPU MT6739W Quad-Core 1.5GHz / GPU PowerVR GE8100
  • RAM 3 GB
  • ROM 32 GB สามารถเพิ่มหน่วยความจำแบบ microSD Card
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือ และ ระบบสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อค
  • วิทยุ FM
  • กล้องหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟ LED
  • แบตเตอรี่ 3,150 มิลลิแอมป์ รองรับระบบชาร์จเร็ว Quick-Charge 2.1A

แกะกล่องเช็คของ

ชุดที่วางขายจะให้เป็นเซ็ทหูฟังมาให้ด้วยนะครับแยกต่างหากภายนอกกล่อง(เพราะในกล่องจะไม่มีหูฟังมาด้วย)

แกะกล่องออกมาจะเจอกับ

  1. ตัวเครื่อง
  2. ที่ชาร์จแบบ Quick-Charge 2.1A
  3. สาย micro usb
  4. เคสใส
  5. กระจกป้องกันรอยหน้าจอ
  6. เข็มจิ้มถาดซิม
  7. คู่มือการใช้งาน

วัสดุและการออกแบบดีไซน์

HOTWAV Pearl K2 มากับหน้าจอทรงหยดน้ำ(Water-drop Full Screen) พาแนลจอ IPS ความละเอียด HD+ ความละเอียด 1520×720 พิกเซล 269 ppi ขอบจอโค้ง 2.5D รองรับมัลติทัชแบบ 5 จุด ขอบจอมีความบางมากในเรทราคานี้ การแสดงถือว่าดีครับ สีสันสวยงามใช้ได้

หน้าจอยังมีโหมดถนอมสายตามาให้ กรณีใช้งานกลางคืนจะช่วยกรองแสงสีฟ้าออกไป สามารถปรับความเข้มของจอได้ และกำหนดเวลา เปิด-ปิด ได้ด้วย

เหนือบริเวณขอบจอตรงติ่งหยดน้ำจะมี กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ถัดขึ้นไปจะเป็นลำโพงสนทนา

ด้านล่างจะมีลำโพงตัวเครื่อง / ช่อง micro usb และไมค์สนทนา

ฝั่งขวาจะเป็นช่องถาดซิมการ์ด ถาดซิมการ์ดแบบ 3 สล็อตแยกกันชัดเจน 2 SIM + 1 MicroSD

ด้านบนจะเป็นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.

ด้านซ้ายจะมีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม power

ฝาหลังเป็นพลาสติกเน้นความโค้งแบบ 3D เพื่อความสวยงามและหยิบจับง่าย มีการไล่เฉดสีเล็กน้อย ตัวที่ผมรีวิวจะเป็นสีเขียว ไล่ระดับสีเข้าหาตรงกลางจะเป็นสีดำครับ ดูสวยใช้ได้

ด้านหลังจะมีชุดกล้องหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และไฟ LED ถัดลงมาจะเป็นตำแหน่งปุ่มสแกนลายนิ้วมือ

ระบบปฎิบัติการ

HOTWAV Pearl K2 มาพร้อมกับ Android 9.0 PIE แบบ 64 bit พื้นฐานของเมนูหรือ UI จะเป็นแบบสต็อคแอนดรอยส์ครับ แต่ก็จะมีธีมสวยๆให้เลือกเปลี่ยนเช่นกัน

การแจ้งเตือนต่างๆ มีทั้งแจ้งเตือนแบบเสียง และแจ้งเตือนแบบตัวเลขบนไอคอน และยังสามารถใช้งานแอ๊พคู่ได้ด้วย เผื่อต้องการใช้งาน 2ID ในเครื่องเดียว (รองรับบางแอ๊พ)

สามารถแบ่งหน้าจอออกเป็นสองจอพร้อมกันได้

ประสิทธิภาพการทำงาน

HOTWAV Pearl K2 เลือกใช้ชิปประมวลผล CPU MT6739W Quad-Core 1.5GHz / GPU PowerVR GE8100 ที่ให้หน่วยความจำมามากถึง RAM 3 GB / ROM 32 GB สามารถเพิ่มหน่วยความจำแบบ microSD Card

เท่าที่ทดสอบใช้งาน ชิปประมวลผลและหน่วยความจำเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปครับ แต่เล่นเกมส์ที่เน้นภาพสวยๆสเปคสูงๆตัวนี้ไม่แนะนำนะครับ นอกจากเกมส์ผ่อนคลายสมองทั่วไป Candy Crush ประมาณนี้ได้

จุดเด่นของรุ่นนี้คือ รองรับ 4G LTE พร้อมกันสองซิม / รองรับ WiFi 5.0 GHz

กล้องถ่ายภาพ

กล้องหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล กล้องหน้ารองรับ AI และมีระบบตรวจจับรอยยิ้มบนใบหน้า

ภาพจากกล้องหน้าโหมด auto

กล้องหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รองรับ AI มีระบบตรวจจับรอยยิ้มบนใบหน้า พร้อมกับฟิลเตอร์ถ่ายถาพ สามารถถ่าย Time-Lapse ได้ และเพิ่มโหมดถ่ายใบหน้าสวยให้

ภาพถ่ายจากกล้องหลังโหมด auto

แบตเตอรี่

HOTWAV Pearl K2 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ 3,150 มิลลิแอมป์ รองรับระบบชาร์จเร็ว Quick-Charge 2.1A เนื่องจากสเปคที่ไม่สูงมากนัก สามารถใช้งานเช้าถึงเย็นได้สบายๆครับ และราคาแค่นี้ให้ที่ชาร์จแบบ Quick-Charge 2.1A มาในกล่องด้วยถือว่าดีงาม

สรุป

HOTWAV Pearl K2 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นเพราะราคาที่ไม่สูงมากนัก สามพันต้นๆเท่านั้น แต่ให้สเปคและฟังกืชั่นการใช้งานมาครบมาก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจครับ

สามารถเข้าไปหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ HOTWEV

เพิ่มเติมในส่วนของการรับประกัน HOTWEV ถือว่าให้ประกันเทพมากันเลย เพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน ไปดูกัน

  1. ประกันแบตระเบิด 1 ปีเต็ม วงเงินการจ่ายชดเชยในกรณีแบตเตอรี่ระเบิด สูงสุดที่ 100,000 บาท (ตามเงื่อนไขบริษัท)
  2. ประกันตัวเครื่อง 1 ปี อุปกรณ์ 6 เดือน