รีวิว OPPO Reno2 F สวยทุกมุมมองกับกล้องหลัง 4 ตัว ตัวเครื่องดีไซน์สวย

0

เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ OPPO Reno2 series โดยรุ่นที่ผมรีวิวในรอบนี้จะเป็น OPPO Reno2 F ที่ชูจุดเด่นเรื่องความสวยมาพร้อมสโลแกน “สวยทุกมุมมอง” สวยตั้งแต่การดีไซน์ตัวเครื่อง สวยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง และหน่วยความจำที่ให้มามากถึง RAM 8GB, ROM 128GB สามารถใช้งานได้ไหลลื่นและเก็บข้อมูลได้เยอะมากขึ้นกว่าเดิมนั้นเอง และไฮไลท์หรือจุดเด่นของแบรนด์ OPPO คือการชาร์จเร็ว และรอบนี้มาพร้อมกับแบตความจุ 4,000mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC 3.0 มาให้ใช้งานเช่นเดิมครับ รายละเอียดเพิ่มเติมเดี๋ยวเราไปดูพร้อมๆกันได้เลย

SPEC OPPO Reno2 F 

  • หน้าจอแสดงผล Panoramic Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล)แบบ 2.5D ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและฝาหลัง
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Helio P70 Octa Core 2.1 GHz
  • GPU Mali-G72 MP3
  • RAM LPDDR4x ขนาด 8GB
  • ROM UFS2.1 ขนาด 128GB สามารถเพิ่ม MicroSD ได้สูงสุด 256GB
  • กล้องหน้า Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 48 + 8 + 2 + 2 ล้านพิกเซล
  • ระบบเสียง Dolby Atmos / หูฟังขนาด 3.5 มม.
  • Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac , Bluetooth 4.2
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.1
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0
  • ขนาดตัวเครื่อง 161.8 x 75.8 x 8.67 มม. น้ำหนัก 195 กรัม

แกะกล่องเช็คของ

อุปกรณ์ภายในกล่องจะมีให้มาดังนี้

  1. ตัวเครื่อง OPPO Reno2 F
  2. Adapter รองรับ VOOC Flash Charge 3.0
  3. สาย USB Type-C รองรับ VOOC Flash Charge 3.0
  4. หูฟัง
  5. เคสซิลิโคนใส
  6. เข็มจิ้มถาดซิม
  7. คู่มือการใช้งาน

วัสดุและการออกแบบดีไซน์

OPPO Reno2 F มาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ออกแบบดีไซน์หน้าจอแบบ Panoramic Screen ที่ไร้ติ่งหรือรูบนหน้าจอกวนใจ ทำให้มีพื้นที่สัดส่วนหน้าจออยู่ที่ 91.1% การแสดงผลหน้าจอที่สวยงาม ค่าสีที่เที่ยงตรง

ไม่มีติ่งไม่มีรูบนหน้าจอกวนใจเพราะกล้องหน้าเป็นแบบ Rising Camera สไลค์ขึ้นลงอัตโนมัติและมีระบบป้องกันการเสียหายเมื่อมือถือตกหล่น ตัวกล้องมันจะเลื่อนเก็บเข้าโดยอัติโนมัติเช่นกัน ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ขณะเลื่อนขึ้นลงยังมีลูกเล่นเพิ่มเข้ามาเล็กน้อยนั้นคือแสงไฟด้านข้างชิ้นเลนส์ครับ และตรงไฟนี่หล่ะจะใช้เป็นจังหว่ะนับถอยหลังในการถ่ายภาพได้ด้วย ถือว่าเพิ่มความสะดวกสบายและเพิ่มความสวยงามเข้ากันได้ดีทีเดียว

เหนือบริเวณขอบจอจะมีลำโพงสนทนา

ฝาหลังเน้นความโค้งมนแบบ 3D วัสดุจะเป็นกระจก ภายในจะมีกิมมิกไล่ลวดลายมาให้เล็กน้อยดูสวยงามดีครับ การเคลือบเงาในระดับนาโน 95 มม. ถึงสามครั้งทำให้ตัวเครื่องเงางามดูหรูดี

ด้านฝาหลังจะมีกล้องหลัง 4 ตัว วางเป็นแนวสมมาตรพร้อมกับไฟแฟลช LED ตัวชิ้นเลนส์กล้องจะอยู่ในระนาบเดียวกับตัวเครื่องไม่มีส่วนใดยื่นออกมาให้เกะกะ แต่จะมีจุด O-Dot เพื่อป้องกันการเสียหายของหน้าเลนส์ขณะวางกับพื้น

ด้านล่างจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. / ไมค์สนทนา / ช่อง USB Type-C และลำโพงตัวเครื่อง

ด้านขวาจะมีตำแหน่งของถาดซิมการ์ดและปุ่ม POWER

ถาดซิมการ์ดแบบ 3 สล็อตแยกกันชัดเจน

ด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้องหน้าและไมค์ตัดเสียงรบกวน

ฝั่งซ้ายจะเป็นตำแหน่งของปุ่มปรับระดับเสียง

ขนาดตัวเครื่อง 161.8 x 75.8 x 8.67 มม. น้ำหนัก 195 กรัม

ระบบปฎิบัติการ

OPPO Reno2 F มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.1 เน้นการใช้งานง่ายครับ ธีมยังมีมาให้โหลดใช้งานปกติ สามารถใช้งานแอ๊พคู่ได้ และแบ่งหน้าจอใช้งานได้เช่นเดิม

ประสิทธิภาพการทำงาน

OPPO Reno2 F เลือกใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio P70 Octa Core 2.1 GHz / GPU Mali-G72 MP3 ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปรวมไปถึงการเล่นเกมส์ สามารถเล่นเกมส์นานๆแล้วตัวเครื่องไม่ร้อน เกมสืที่ผมทดสอบจะเป็น ROV และ pubg mobile ถือว่าเล่นได้ลื่นพอสมควรครับ

หน่วยความจำ RAM 8 GB / ROM UFS2.1 ขนาด 128GB สามารถเพิ่ม MicroSD ได้สูงสุด 256GB

และสำหรับการเล่นเกมส์ก็จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี HyperBoost 2.0 ช่วยในการเร่งประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นและการจัดการเรื่องการแจ้งเตือนให้

กล้องถ่ายภาพ

กล้องหน้า Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 สามารถถ่าย Portrait Bokeh หน้าชัดหลังละลายได้ และรอบนี้มีโหมด AR Sticker น่ารักๆมาให้ด้วยนะ

ภาพถ่ายจากกล้องหน้า OPPO Reno2 F

กล้องหลัง 4 ตัว แบ่งออกเป็น

  1. Wide Angle Lens ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล 119° | F/2.2 Aperture
  2. Main Camera ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล 1/2.25-inch Sensor | F/1.79 Aperture
  3. Mono Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล  รูรับแสง f/2.4
  4. Portrait Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล  รูรับแสง f/2.4

ฟังก์ชั่นการถ่ายภาพจะมี AI เข้ามาช่วยจำแนกฉากหรือซีนต่างๆให้ รวมไปถึงวัตถุที่เราจะถ่ายด้วยครับ เพิ่มความสะดวกสบายและง่ายสำหรับมือใหม่ในการถ่ายภาพ ส่วนการปรับตั้งค่าแบบมืออาชีพก้จะมีมาให้เช่นกัน และรุ่นนี้มาพร้อมกับ Ultra Night Mode 2.0

หน้าตา UI โหมดการถ่ายภาพ

ภาพถ่ายจากโหมด AUTO เปิด AI

ภาพถ่ายโหมด AUTO เมื่อเทียบกับการเปิด Wide Angle Len (ยืนถ่ายตำแหน่งเดียวกัน)

ภาพถ่ายโหมดบุคคล

ภาพถ่าย Ultra Night Mode 2.0

ภาพถ่ายโหมดมืออาชีพ(เลือกปรับตั้งค่าเอง)

คุณสมบัติพิเศษ

  • ด้านความปลอดภัยจะรองรับทั้งระบบสแกนใบหน้าและระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • ระบบเสียง Dolby Atmos
  • รองรับการดู netflix HD

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ขนาดความจุ 4,000 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0 ใช้งานได้ครบวันสบายๆไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด และยังสามารถชาร์จได้รวดเร้วมากๆ เรื่องแบตเตอรี่และการชาร์จเร็วทาง OPPO เขายืนหนึ่งอยู่แล้ว

สรุป

หลังจากที่ได้ทดลองใช้งานมา หน้าจอแสดงผลได้สวยงาม กล้องหน้าหลังเพิ่มลูกเล่นมาให้มากพอสมควรและไฟล์ภาพที่ถ่ายมาถือว่าดีมากๆครับ การออกแบบตัวเครื่องสวยงามและวัสดุดูหรูหราจริง ตามสโลแกนเลย “สวยทุกมุมมอง” และผมขอเพิ่มให้อีกคือ สวยทั้งภายนอกและภายในจริงๆ กับค่าตัว 11,990 บาท ถือว่าคุ้มค่ามาก