รีวิว OPPO Reno2 F สีใหม่ Nebula Green Limited Edition แรงบันดาลใจจากแสงเหนือออโรร่า ในราคา 11,990 บาท

0

OPPO Reno2 F Limited Edition สี Nebula Green สีใหม่ล่าสุดที่จะเปิดจองในวันที่ 8 – 15 พฤศจิกายน นี้ สเปคและราคาจะเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้ ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือความสวยงามของสีใหม่ Nebula Green Limited Edition ภายใต้แรงบันดาลใจจากความสวยงามที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ อย่างแสงเหนือ หรือแสงออโรร่า ด้วยกระบวนการคิด และการผลิตอย่างประณีตของการเลือกเฉดสี อย่างสีดำและสีเขียว มาผสานกับเทคโนโลยีการเคลือบนาโนสองชั้น ทำให้เกิดเอฟเฟกต์ของการไล่สีจนได้เฉดสีเขียวและสีม่วงที่เสมือนการเปลี่ยนแปลงของแสงออโรร่าในธรรมชาติ ด้านหลังของตัวเครื่องยังออกแบบมาให้เกิดความเงาเมื่อมีแสงตกกระทบ พร้อมที่จะสะกดทุกสายตา

ขั้นตอนการผลิตสี Nebula Green มีขั้นตอนที่พิถีพิถันโดยเกิดจาก การนำสีดำและสีเขียวมาผสานกับเทคโนโลยีการเคลือบนาโนสองชั้น ทำให้เกิดเอฟเฟกต์ของการไล่สีจนได้เฉดสีเขียวและสีม่วง เสมือนการเปลี่ยนแปลงของแสงออโรร่าในธรรมชาติ


ฝาหลังของ OPPO Reno2 F ยังได้รับการออกแบบให้มีความเงาเป็นพิเศษ เพื่อเล่นกับแสงที่ตกกระทบลงบนเครื่อง และยังใช้วัสดุ CORNING® GORILLA® GL ASS รุ่น 5 ที่มีความคงทนสูง ป้องกันรอยขีดข่วนและการกระแทกได้เป็นอย่างดี พร้อมกระจกที่ครอบกล้องก็ได้รับการเคลือบเงาในระดับนาโนเช่นกัน เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งฝาหลังและกระจกโค้ง 3 มิติจะเหมาะกับฝามือผู้ใช้

ตอกย้ำสโลแกนของ OPPO Reno2 F “4 กล้องหลัง ชัดทุกระยะ สวยทุกมุมมอง” จากสีตัวเครื่องที่สวยงาม ยังคงประสิทธิภาพเรื่องกล้องสุดล้ำเช่นเคย กับกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพกเซล  1/2.25-inch Sensor | F/1.79 Aperture สามารถถ่าย Bokeh Effec หน้าชัดหลังละลายได้สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ

ภาพถ่ายจากกล้องหลังโหมด Bokeh Effec

Wide Angle Lens ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล 119° | F/2.2 Aperture สามารถเก็บรายละเอียดได้มากกว่า กว้างกว่า แถมมีรายละเอียดที่ครบและชัดเจน

สำหรับการถ่ายภาพเวลากลางคืนจะมีโหมด Ultra Night Mode 2.0 มาช่วยในการเก็บภาพ สามารถยกขึ้นแล้วกดถ่ายได้เลยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วยก็พร้อมที่จะได้ภาพสวยๆแล้วครับ

กล้องหน้า Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 สามารถถ่าย Portrait Bokeh หน้าชัดหลังละลายได้ และรอบนี้มีโหมด AR Sticker น่ารักๆมาให้ด้วย

ประสิทธิภาพการทำงาน

OPPO Reno2 F เลือกใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio P70 Octa Core 2.1 GHz / GPU Mali-G72 MP3 ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปรวมไปถึงการเล่นเกมส์ สามารถเล่นเกมส์นานๆแล้วตัวเครื่องไม่ร้อน เกมสืที่ผมทดสอบจะเป็น ROV และ pubg mobile ถือว่าเล่นได้ลื่นพอสมควรครับ

หน่วยความจำ RAM 8 GB / ROM UFS2.1 ขนาด 128GB สามารถเพิ่ม MicroSD ได้สูงสุด 256GB

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ขนาดความจุ 4,000 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0 (ภายในกล่องแถมมาให้พร้อมใช้งาน) ใช้งานได้ครบวันสบายๆไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด และยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วมากๆ เรื่องแบตเตอรี่และการชาร์จเร็วทาง OPPO เขายืนหนึ่งอยู่แล้ว

สรุป

สำหรับ OPPO Reno2 F ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่สวยงามตอบโจทน์การใช้งานได้แทบจะทุกๆด้านครับ ทั้งตัวเครื่องที่สวยงาม วัสดุพรีเมี่ยม พร้อมกล้องหน้า-หลังที่ถ่ายออกมาสวย แต่รอบนี้ OPPO ได้เพิ่มเฉดสีมาใหม่ที่ดูสวยกว่าเดิมนั้นคือ OPPO Reno2 F Limited Edition สี Nebula Green ในราคาเดิม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกครับ

SPEC OPPO Reno2 F Limited Edition สี Nebula Green

  • หน้าจอแสดงผล Panoramic Screen ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล)แบบ 2.5D ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและฝาหลัง
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Helio P70 Octa Core 2.1 GHz
  • GPU Mali-G72 MP3
  • RAM LPDDR4x ขนาด 8GB
  • ROM UFS2.1 ขนาด 128GB สามารถเพิ่ม MicroSD ได้สูงสุด 256GB
  • กล้องหน้า Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 48 + 8 + 2 + 2 ล้านพิกเซล
  • ระบบเสียง Dolby Atmos / หูฟังขนาด 3.5 มม.
  • Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac , Bluetooth 4.2
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.1
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0
  • ขนาดตัวเครื่อง 161.8 x 75.8 x 8.67 มม. น้ำหนัก 195 กรัม

พิเศษสุด เป็นเจ้าของ OPPO Reno2 F Limited Edition สี Nebula Green ในราคาที่น่ารักเหมือนเดิมเพียง11,990 บาท
พร้อมเปิดจองแล้วตั้งแต่วันที่ 8 – 15 พฤศจิกายน นี้ และรับฟรี Special gift จาก OPPO มูลค่า 4,799 บาท สำหรับลูกค้าที่ทำการจอง OPPO Reno2 F Limited Edition สี Nebula Green

วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ OPPO TH