ทำไม AMD FreeSync ถึงเหนือกว่า Nvidia G-Sync ในด้านการเลือกมอนิเตอร์และราคา

ทำไม AMD FreeSync ถึงเหนือกว่า Nvidia G-Sync ในด้านการเลือกมอนิเตอร์และราคา

 

หากคุณพึ่งซื้อการ์ดจอจากทาง Nvidia จากสายพันธ์ Pascal-based GeForce graphics cards เช่นรุ่น GTX 1070, และกำลังมองหามอนิเตอร์ที่ต้องรองรับ G-Sync ด้วย.

มาดูกันว่ามันมีรุ่นไหนบ้าง, บรรดา PC gamers ทั้งหลายคงอิจฉาทางฝั่งแดงถึงเรื่องนี้. หากเทียบกับ G-Sync monitors, และที่รองรับ AMD’s FreeSync adaptive sync tech นั้นดันมีราคาที่ถูกกว่า, แถมมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกเต็มไปหมดและจะเอาแบบขั้นธรรมดายันขั้นเทพก็มีมาให้เลือกเต็มที่ ใน website 144HzMonitors นั้นมี G-Sync monitors มาให้เลือกถึง 20 รุ่นเทียบกับ FreeSync monitors ที่มีมากกว่าถึง 85 รุ่น, ทั้งยังหลากหลายไปด้วยขนาดของหน้าจอ, refresh rate, และค่าความละเอียด/resolution.

ทำไมถึงแตกต่างกันมากขนาดนั้น? เหตุเพราะว่าตัวต้นแบบหรือ hardware module ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของทาง Nvidia ต้องขึ้นราคามอนิเตอร์เพราะว่าค่า licensing fees หรือลิขสิทธิ์, แต่นั้นก็ยังไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด. Nvidia นั้นหากมองให้ดียังไม่ใช่เจ้าตลาดการ์ดจอเสียทีเดียว, คุณอาจจะคิดว่าผู้ผลิตมอนิเตอร์จะทำสายพันธ์ G-Sync ไว้ใน มอนิเตอร์ FreeSync และให้ผู้ใช้ GeForce เป็นผู้รับภาระในส่วนของ module cost. เราได้คุยกับผู้ผลิตมอนิเตอร์ทำให้เราเข้าใจได้มากขึ้นว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะมันเป็นอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น. เหตุผลหลักที่ทำให้ระบบหรือสินค้า G-Sync นั้นมีจำนวนจำกัดเป็นเพราะว่า ทางด้าานการออกแบบ และการพัฒนา นั้นมันมีข้อจำกัดมากเทียบเท่ากับต้นทุนทางด้านราคาของตัว module นั้นเอง หรือจะกล่าวให้ชัดอีกทีก็คือทางด้านต้นทุน.

G-Sync vs. FreeSync สำหรับ refresher

ทาง PCWorld เคยได้ตีบทความทางด้านรายละเอียดเกี่ยวกับ G-Sync และ FreeSync, แต่ในส่วนสำคัญทางด้านเทคโนโลจีของทั้งสองนั้นคือการให้ตัวการ์ดจอนั้นสามารถให้มอนิเตอร์ได้ปรับปรุงหรือปรุงแต่งทางด้าน refresh rate ของตัวมันเองให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นได้, และต้องควบคู่หรือสามารถรองรับการประมวลผลของ PC’s framerate ณ ปัจจุบันด้วยเช่นกัน. ด้วยวิธีนี้สามารถป้องกันการเกิด screen tearing effect หรือภาพขาด หากตัว refresh rate และ framerate นั้นไม่เข้าขากันใน sync, และส่วนใหญ่ก็ป้องกันการเกิดภาพกระตุก/eliminates stutter, ทั้งหมดนี้จะทำให้ภาพเคลื่อนไหวในจอทำได้ลื่นไหลในเกมส์เพลย์.

qz2

G-Sync นั้นต้องอาศัย hardware module เพื่อการรองรับหรือกระทำต่อ refresh rates เพื่อการรองรับการทำงานร่วมกับทุกๆรุ่นมอนิเตอร์. ด้วยระบบ FreeSync, ตัว module หรือตัวต้นแบบหรือตัวแปรไม่ต้องการ, เป็นเพราะมันใช้ variable refresh rate tech/แบบปรับตัวเองหรืออิสระ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในมาตรฐานของ DisplayPort standard (และ HDMI ). แต่ว่าไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตัวฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียวที่ทำให้ FreeSync monitors นั้นถูกกว่าและมีตัวเลือกที่พร้อมมากกว่า.

Design costs

ผู้ผลิตบางรายออกมากล่าวว่า Nvidia’s module นั้นต้องการพื้นที่ในตัวมอนิเตอร์มากกว่า. แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง, การที่จะออกแบบหรือทำสินค้าที่เป็นเวอร์ชั่นแบบ custom design นั้นสำหรับมอนิเตอร์รุ่นหนึ่งเฉพาะย่อมที่จะมีต้นทุนที่มากกว่าแน่นอน, กล่าวโดยนาย Minhee Kim, หัวหน้าฝ่าย LG’s PC และการตลาดทางด้านมอนิเตอร์และสื่อสาร. หากต้องเปรียบเทียบ, กล่าวโดย Kim, แนวทางของ AMD ดูเหมือนจะเปิดกว้างกว่า, ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ผลิตมอนิเตอร์สามารถนำเทคโนโลจีที่ตัวเองมีอยู่นำมาใช้ได้.

“เป็นเพราะว่าผู้ผลิตนั้นสามารถนำเทคดนโลจีของเค้าที่มีอยู่มาปรับใช้เพื่อให้ต้นทุนการผลิตนั้นได้ถูกลงโดยที่ไม่ต้องมีการเปลี่ยนหรือออกแบบใหม่ทั้งหมด,” กล่าวโดย Kim. “สิ่งนี้เป็นอะไรที่ง่ายและสะดวกต่อการขยายไลน์สินค้าแต่ละรุ่นต่อบรรดาเกมส์เมอร์ที่ซีเรียสแถมยังส่งผลดีให้กับผู้ที่มีงบประมาณที่จำกัดในระดับตลาดปานกลางอีกด้วย.”

LG’s FreeSync monitor ได้ออกมาเปิดเผยว่า: ทางบริษัทนั้นได้นำเสนอมอนิเตอร์ระดับ 1080p ที่มีขนาดจอไม่เกิน 30 นิ้วออกมาหลากหลายรุ่นพร้อมด้วยระบบ ultrawide 21:9 aspect ratio, โดยทำราคาได้ที่ $279. แต่หากเป็น G-Sync, จะมีเพียงรุ่นเดียวที่เป็น 1080p ultrawide monitor มีขนาดจอ 35 นิ้วจอโค้งจากทาง Acer ที่มี refresh rate มากกว่าแต่ด้านราคาก็แรงไปถึง $900.

qz3

หรือกล่าวให้ถูกก็คือในรุ่น ultrawide 1080p G-Sync monitor ที่มีราคาถูกที่สุดราคาเกือบจะแตะ $1000.

ไม่ว่าทางผู้ผลิตจะร่วมกันพัฒนาและคิดค้นอย่างไร, สุดท้ายตัวสินค้าก็แพงกว่าอยู่ดี, ซึ่งก็จะทำให้ขายได้น้อยกว่าในจำนวน. ซึ่งแน่นอนทำให้ผู้ผลิตมอนิเตอร์ทั้งหลายต้องทำราคาออกมาเพื่อครอบคลุมต้นทุน กล่าวโดย Jeffry Pettinga, ผู้บริหารทางด้านตลาดและผลิตจาก Iiyama.

“คุณอาจจะคิดว่ายอดขายมีจำนวนถึง 10,000 ชุด แต่ในทางกลับกันหากจะให้ครอบคลุมด้านต้นทุนนั้นอย่างน้อยต้องเป็น 100,000 ชุดขึ้นไป,” กล่าวโดย Pettinga.

เค้ายังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า, ตัวมอนิเตอร์นั้นมีการปรับปรุงและพัฒนาตัวของมันเองอยู่ตลอดเวลา เช่นจะเห็นความเปลี่ยนแปลงทางด้านขอบจอซึ่งสมัยนี้จะแคบลงๆเรื่อยจนกระทั้งแตะขอบหรือไม่มีขอบเอาเลยก็เป็นได้ แต่หากมาทำกับระบบ G-Sync ซึ่งการทำตลาดหรือขายนั้นช้ามาก กว่าคุณจะขายมันได้หมดก็อาจจะทำให้สินค้าที่มีอยู่นั้นตกรุ่นหรือล้าสมัยไปเลยกว่าจะถึงจุดคุ้มทุน.

“ยกตัวอย่างเช่น คุณนำเสนอรุ่นใหม่ไปเมื่อปีที่แล้วสำหรับสินค้ารูปแบบ G-Sync. ด้านพัฒนากินเวลาไปแล้ว 6 เดือน, และเมื่อเสร็จดันถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยน panel หรือจอใหม่เพราะต้องตามยุค. อันนี้ยังไม่ได้เริ่มที่จะขยับไปไหนเลยและยังไม่ถึงจุดคุ้มทุนด้านพัฒนาเสียด้วยซ้ำ,” กล่าวโดย Pettinga. “มันมีตัวแปรหลายอย่างทางด้านจอหรือ panel.”

Limited flexibility/มีข้อจำกัด

ต้นทุนนั้นก็เรื่องหนึ่ง, ทางผู้ผลิตมอนิเตอร์นั้นรู้สึกได้ถึงข้อจำกัดในการทำสินค้าของตัวเองให้แตกต่างจากคนอื่นสำหรับ G-Sync monitors.

ผู้ผลิตจาก Eizo ก็เป็นอีกเจ้าที่พยายามนำเสนอความแตกต่างในตัว gaming monitors ด้วยรูปแบบ Smart Insight ที่สามารถปรับแต่งค่า gamma/น้อย-สว่าง–มากสว่างน้อน ที่สามารถทำให้ความสว่าวนั้นดีขึ้น, ระบบนี้มาช่วยตรงส่วนที่ภาพเห็นไม่ชัดหรือรายละเอียดน้อยลงเนื่องจาก สว่างมากไปหรือมืดเกินไป. ตรงส่วนนี้หากไม่สามารถทำได้เลยกับระบบ G-Sync, กล่าวโดย Keisuke Akiba, Eizo’s ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและสินค้า, เหตุเป็นเพราะว่าด้วยรูปแบบหรือมาตรฐานของ Nvidia’s module นั้นจะจัดการเรื่องการปรับปรุงสีของมันเอง.

“ตัว G-Sync module นั้นจะยอมรับเฉพาะในส่วนของมันเองในด้านการปรับแต่ง แต่ไม่ใช่จากภายนอกของตัวชิปมัน,” กล่าวโดย Akiba. “ระบบแต่งสีของทางเรานั้นต้องการการปรับแต่งที่อิสระไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เราหันไปคบ FreeSync.”

qz4

G-Sync ไม่แนะนำให้ผู้ผลิตมอนิเตอร์นำเสนอระบบปรับแต่งสี ซึ่งจะไม่เหมือนในมอนิเตอร์ของ Eizo.

ผู้ผลิตมอนิเตอร์ยังถูกจำกัดทางด้านช่องเสียบหรือ video inputs ของตัวเองอีกต่างหาก. G-Sync monitors ทั้งหมดจะมี DisplayPort input เพียงหนึ่งชุดเท่านั้น, แต่ในบางกรณีก็มีแถม HDMI แต่จะไม่รองรับการทำ variable refresh rate. คุณจะไม่สามารถหา G-Sync monitors ที่มี inputs มากไปกว่าสอง (หรือการรองรับ DVI). และ G-Sync ยังไม่รองรับ variable refresh rate กับตัว HDMI. สรุปได้ว่า G-Sync monitor ทุกรุ่นจะมี DisplayPort—และนี้ก็ไปเพิ่มต้นทุนให้กับทางผู้ผลิต.

“DisplayPort นั้นมีต้นทุนสูงพอสมควรสำหรับมอนิเตอร์ เหตุเพราะตัวเคเบิ้ล—ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงหากทางผู้ผลิตต้องแถมให้มาพร้อมมอนิเตอร์และต้องออกแบบในส่วนที่เป็นบอร์ดอีกด้วย. หากเทียบแล้ว DisplayPort นั้นยังแพงกว่า HDMI เสียด้วยซ้ำ,” กล่าวโดย Pettinga.

Nvidia กล่าวว่า: ทางเราเห็นว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากกว่าต้นทุน

ในบทสัมพาทย์, Tom Petersen, กรรมการบริหากจากทาง Nvidia’s ด้านการตลาดและเทคนิค, ได้ออกมากล่าวว่า ไม่ได้มีข้อโต้แย้งใดๆสำหรับสิ่งที่บ่นๆกันมาสำหรับการพัฒนาและทำระบบ G-Sync monitors นั้นจะมีต้นทุนที่แพงขึ้น.

แต่ทาง G-Sync นั้นได้วางการตลาดของตัวสินค้าเอาไว้ในระดับ premium. ทางบริษัทได้ยกตัวอย่างออกมาหลายอย่างถึงตัว G-Sync นั้นมันดีกว่า FreeSync, เช่นสามารถรองรับและแก้ไขหากเกิดการตกหรือลดค่าลงมาของ refresh rate—แต่ FreeSync นั้นทำได้ไม่เทียบเท่าแบบเราและทำได้แค่เฉพาะหน้าเท่านั้น—และด้วยระบบนี้จากทาง Nvidia ที่สามารถรองรับและควบคุมการปรับแต่งทางด้านสีหรือภาพมัว เป็นต้น, ซึ่งนาย Petersen ได้ให้ข้อโต้แย้งกับผู้ผลิตที่นำเสนอในส่วนที่ปรุงแต่งสีหรือรายละเอียดให้ดีขึ้นนอกเหนือไปจากตัว module แต่ก็ไม่เทียบเท่าจากทางบริษัทที่นำเสอให้มา.

หากกล่าวถึงทางด้านราคาที่แตกต่างกันระหว่างมอนิเตอร์ที่ใช้ระบบ G-Sync และ FreeSync monitors ตัว module นั้นไม่ใช่ปัญหาแท้จริงสำหรับราคาหรือกระทบน้อยมาก แต่หากเป็นเพราะทางผู้ผลิตตัดสินใจที่จะเพิ่มราคาเข้าไปกันเอง.

“หากให้ทางเรากล่าว ที่เห็น G-Sync monitors นั้นราคาสูงกว่า, สิ่งเดียวที่ทางเราเห็นก็คือ ความคุ้มค่าที่จะมากกว่าราคาที่ทุกคนกลัว. “หรือจะกล่าวได้อีกแนวว่า มอนิเตอร์ที่ถูกวางตัวเอาไว้ในตลาดบน ชิ้นส่วน อุปกรณ์ที่อยู่ด้านใน ไม่ใช่ตัวแปรที่จะทำให้มันมีราคาสูงขึ้นอย่างโดยตรง

qz5

Nvidia กล่าวเอาไว้ว่าตัว module นั้นไม่ใช่เป็นต้นเหตุให้ G-Sync monitors นั้นแพงขึ้น, แถมมันยังมาทดแทนสิ่งที่เคยต้องมีอยู่นั้นออกไปเสียด้วยซ้ำ.

บางที นี้ก็อาจจะฟังขึ้นก็ได้ว่าทำไมราคาถึงได้สูง, แต่ผู้ผลิตมอนิเตอร์ก็ยังให้เหตุผลมาอีกว่า เป็นเพราะต้องมีตัว module นี้และมันไม่สามารถที่จะทำราคาที่ต่ำได้หากยังต้องใช้มันอยู่. G-Sync หากคุณไม่สามารถหามอนิเตอร์ที่มีค่ารีเฟรชเรทที่ 60Hz และค่าความละเอียดน้อยกว่า 4K resolution, ส่วน FreeSync มีมาให้เลือกมากมายในระดับ 1440p และ1080p.

นาย Petersen ยังกล่าวอีกว่า ทางเราไม่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้กับตลาดปานกลางหรือ mid-tier markets. “คุณจะเห็นมอนิเตอร์ที่มีราคาที่ถูกแต่สิ่งที่คุณได้มาก็ไม่ใช่จะดีหรือมีฟังค์ชั่นมากขนาดนี้ หรือ ไม่มีของดีและถูกในโลกใบนี้นั้นเอง มันไม่ใช่จุดมุ่งหมายของเรา,” กล่าวโดย Petersen. “สิ่งที่เราตั้งเป้าเอาไว้ก็คือ ตลาดระดับพรีเมี่ยม สินค้าที่ผลิตออกมาก็เป็นพรีเมี่ยมเกรด ฉนั้นสิ่งที่คุณได้กลับไป แน่นอนไม่มีอะไรมาแทนที่ได้.”

แน่นนอว่า, ผู้ผลิตบางรายย่อมพอใจหากทาง Nvidia สามารถเพิ่มตัว DisplayPort’s adaptive sync มาใส่ไว้ให้เป็นมาตรฐานอีกตัวหนึ่ง, หากผู้ใช้นั้นไม่ได้ใช้ G-Sync monitor เพื่อที่จะได้ประโยชน์ทางด้าน anti-tearing. สำหรับอันนี้ทาง Petersen กล่าวว่า “ยังไม่ใช่เวลา,” แต่ไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำ.

“และทางเราก็ยังยืนยันว่าด้วยระบบ G-Sync นี้สามารถกล่าวได้เต็มที่ว่า มันเยี่ยมและเด่นกว่าระบบ FreeSync ที่นำเสนอให้กับลูกค้าอยู่แล้ว และทางเราก็ไม่มีกลยุทธ์เช่นนั้นเหมือนกัน.”

สำหรับแฟนๆของ Nvidia, คงจะชัดเจนว่าคุณนั้นจ่ายเงินไปให้กับอะไร: หากคุณคือ G-Sync, ก็เตรียมตัวได้เลยสำหรับมอนิเตอร์ระดับพรีเมี่ยมหรือ luxury gaming monitors, เหตุเพราะเทคโนโลจี ณ ขณะนี้มันจะไม่มีทางถูกลงอย่างแน่นอน

ที่มาเครดิต

http://www.pcworld.com/article/3129276/components-graphics/why-amd-freesync-is-beating-nvidia-g-sync-on-monitor-selection-and-price.html

Related articles

AMD เตรียมขยายไลน์ซีพียู Ryzen X3D ส่งท้ายแพลตฟอร์ม AM4

จำกันได้ไหม AMD เคยโชว์ประสิทธิภาพของ Ryzen 9 5900X3D แต่ปรากฏว่าหลังจากงาน CES 2022...

Dyson เปิดตัว Demo Store เมกาบางนา สาขาที่ 5 ในประเทศไทย นำเสนอประสบการณ์เทคโนโลยี ที่ให้ทุกคนได้ลองใช้จริงทุกผลิตภัณฑ์

กรุงเทพฯ, 2 กรกฎาคม 2565 – Dyson เดินหน้าขยายสาขาพร้อมส่งมอบประสบการณ์เทคโนโลยีภายในบ้าน เปิดตัว Dyson...

Kaidee Auto จัดงาน Used Cars Conference เผยอินไซต์ตลาดรถมือสอง สนับสนุนยอดขายเคียงข้างดีลเลอร์ไทย

Kaidee Auto (ขายดี ออโต้) แพลตฟอร์มรถยนต์มือหนึ่งและมือสองอันดับหนึ่งคู่คนไทย มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้ดีลเลอร์ไทย ผ่านงานสัมนา Used Cars...

เสียวหมี่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 1 กรกฎาคม 2565 - เสียวหมี่ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และผู้ผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะชั้นนำของโลก ยืนยันให้คำมั่นสัญญาในการปกป้องข้อมูลของลูกค้าในกิจกรรมเดือนแห่งการตระหนักถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีของเสียวหมี่ โดยมีการจัดกิจกรรมฝึกอบรมพนักงานและสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญที่เสียวหมี่เทคโนโลยีปาร์ค...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า