ดูหนัง Netflix Exclusive โซนอื่น ไม่มีสะดุด ด้วย BullVPN – ผู้ให้บริการ VPN อันดับ 1 ในไทย

เชื่อว่าสายเกมเมอร์หรือสายสตรีมมิงน่าจะเคยใช้ VPN กันมาบ้างแล้วล่ะ สำหรับแอดมองว่ามันเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มาก ทั้งในด้านความสะดวกในการท่องอินเทอร์เน็ต รวมถึงด้านความปลอดภัย และวันนี้แอดไม่ได้มาตัวเปล่านะ เพราะแอดมี BullVPN โปรแกรม VPN อันดับ 1 ในไทย จะดีแค่ไหนดูพร้อมกันเลยครับ

** ที่สำคัญ!! อ่านให้จบ เรามีโปรโมชันสำหรับลูกเพจ Extreme IT มาฝากด้วยครับ **

VPN คืออะไร?

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก VPN กันก่อน VPN มาจากคำว่า “Virtual Private Network” แปลเป็นไทยว่า เครือข่ายส่วนตัวเสมือน โดยจะมีการสร้างเครือข่ายจำลองขึ้นมาให้เรานำไปใช้ มีความเป็นส่วนตัวและไม่ถูกแทรกแซงได้ง่าย

เพื่อให้เห็นภาพเราดูจากตรงนี้ก็ได้ครับ จะเห็นว่าเมื่อเราเปิดใช้งาน VPN ข้อมูลที่เรารับส่งบนเครือข่าย ข้อมูลจะมีการเข้ารหัสและวิ่งผ่านช่องทางตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ VPN หรือศัพท์เท่ ๆ ที่เราเรียกว่า “ท่อ (Tunnel)” ก่อนที่จะออกสู่โลกอินเทอร์เน็ต

ที่สำคัญข้อมูลพวกนี้จะวิ่งผ่าน ISP หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตด้วยนะ แต่เนื่องจากมันวิ่งผ่าน “ท่อ” ที่เข้ารหัสแล้ว ดังนั้น ISP จะมองไม่เห็นข้อมูลของเรา รวมถึงพวกเหล่าแฮ็กเกอร์ก็จะเข้าถึงข้อมูลในท่อ VPN ของเราได้ยาก

ซึ่งใครเคยเป็นนักศึกษาอาจจะคุ้นเคยกับการใช้ VPN มาบ้าง เพราะปกติแล้วหากเราเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วไป อาจจะไม่สามารถเข้าใช้บางบริการของมหาวิทยาลัยได้ แต่ถ้าเราเชื่อมต่อผ่าน VPN ก็จะเกิดการสร้างเส้นทางเฉพาะ (เดินทางผ่านท่อ) ให้ข้อมูลเดินทางผ่านเส้นทางนี้ได้อย่างปลอดภัย

VPN Tunnel นี่แหละ คือ ที่มาของคำว่า “มุดท่อ” ครับ

การเริ่มต้นใช้งานบริการ BullVPN

เริ่มต้นใช้งาน BullVPN ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.bullvpn.com/ คลิกไปที่ “สมัครบริการ”

 

จากนั้นกรอกรายละเอียด Email, Username และ Password เพื่อรับวันทดลองใช้งานฟรี

 

เมื่อลงทะเบียนแล้ว ให้เราไปดาวน์โหลดโปรแกรมของ BullVPN มาใช้งาน เข้าไปที่ https://www.bullvpn.com/setup

เลือกดาวน์โหลดโปรแกรมที่นำมาใช้งานในอุปกรณ์ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายมากครับ ทั้ง Windows, macOS, iOS, Android, Chrome และ Smart TV กรณีนี้ของแอดใช้ในคอม Windows ก็จะดาวน์โหลดของ Windows มาติดตั้ง

 

เมื่อติดตั้งเสร็จหน้าตาโปรแกรมจะเป็นประมาณนี้ ให้คลิกที่ Have an account แล้วลงชื่อเข้าใช้ตามที่ลงทะเบียนไว้

 

เมื่อลงชื่อเข้าใช้แล้ว จะปรากฏหน้าต่างขึ้นมาดังนี้ ให้คลิกไปที่ Choose Server

 

จะปรากฏหน้าต่างแยกขึ้นมา ให้เราเลือกเซิร์ฟเวอร์ของ VPN ในประเทศที่ต้องการใช้งาน อย่างของแอดเลือกเป็น USA หรือสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเลือกเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่เหมาะแก่การดู Netflix โดยเฉพาะ

 

ถ้าขึ้นแบบนี้แสดงว่าเชื่อมต่อเรียบร้อย จะเห็นว่ามีข้อความขึ้นแจ้งเตือนว่าเลข IP ที่ออกสู่โลกอินเทอร์เน็ตของเรานั้น ได้ถูกเปลี่ยนไปใช้ IP อื่นแล้ว และไม่ใช่ IP จากที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในไทยมอบมาให้ด้วยครับ

 

มุดท่อแบบนี้ ปลอดภัยแน่เหรอ?

สิ่งสำคัญที่สุดของ VPN คือ ความปลอดภัยและความรวดเร็วในการเชื่อมต่อ ซึ่งเดิม VPN ส่วนมากจะนิยมใช้โปรโตคอล OpenVPN และ IKEv2 แต่ล่าสุดมีโปรโตคอลน้องใหม่มาแรงอย่าง WireGuard ซึ่งทาง BullVPN มีตัวเลือกให้เราใช้งานโปรโตคอลนี้ด้วยครับ

อย่างที่ผมบอกไว้ก่อนหน้านี้ ข้อมูลที่ส่งผ่านท่อ VPN จะมีการเข้ารหัส ซึ่งในกระบวนการเข้ารหัสนี้เองที่เป็นตัวแปรในเรื่องความเร็วและความปลอดภัย ถ้าเข้ารหัสซับซ้อนมาก ๆ ก็จะปลอดภัยมากขึ้น แต่จะทำให้เกิดความล่าช้าของข้อมูลได้ ดังนั้น เรื่องความปลอดภัยและความเร็วต้องอยู่ในจุดที่สมดุลกัน

WireGuard เป็นโปรโตคอล VPN แบบ open source ที่มีจุดประสงค์ในการลดความซับซ้อนของกระบวนการเข้ารหัสข้อมูล โดย WireGuard จะมีความเร็วสูงกว่า OpenVPN และ IKEv2 ในขณะเดียวกันการเข้ารหัสของ WireGuard จะมีความทันสมัยมากขึ้น ทำให้มีความปลอดภัยสูงด้วยเช่นกัน

ขอบคุณภาพจาก BullVPN

สำหรับวิธีการเข้าใช้งาน WireGuard จะแตกต่างกันไปในแต่ละอุปกรณ์ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากลิงก์ ดังนี้

– วิธีการสร้าง WireGuard Key บน BullVPN

– คู่มือการใช้งาน WireGuard บน Windows ของ BullVPN

– คู่มือการใช้งาน WireGuard บน iOS ของ BullVPN

– คู่มือการใช้งาน WireGuard บน Android ของ BullVPN

– คู่มือการใช้งาน WireGuard บน macOS ของ BullVPN

การใช้งานจริงของบริการ BullVPN

ไปดูกันว่าหลังจากเปิดใช้ BullVPN แล้วเกิดอะไรขึ้น ในภาพนี้จะเป็นหมายเลข IP ที่ ISP หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมอบให้เรา เพื่อใช้ท่องโลกอินเทอร์เน็ต แม้จะเป็นหมายเลขที่ปกปิดเลข IP ของจริงเราไว้ แต่มันก็ไม่ได้ปลอดภัยเสียทีเดียว เพราะข้อมูลจากถูกมองเห็นได้โดย ISP ที่สำคัญคือเรายังอยู่ในเครือข่ายประเทศไทยครับ ยังไม่ได้ออกไปนอกประเทศ

 

เมื่อเปิดใช้งาน BullVPN แล้ว จะเห็นว่าหมายเลข IP ถูกเปลี่ยนไป และเซิร์ฟเวอร์ที่มอบเลข IP จะเป็นเซิร์ฟเวอร์ทางฝั่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งแสดงว่าตอนนี้คอมของแอดเสมือนเป็นคอมที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาแล้ว !!

 

แล้วเอามาใช้ทำอะไร??? แอดได้ลองใช้เล่นเกม DOTA2 ในเซิร์ฟเวอร์สหรัฐอเมริกาแล้ว ปรากฏว่าไม่เวิร์ก ค่า Ping เยอะ (พอเล่นได้อยู่นะ ไม่ถึงกับช้าไปเลย เพียงแค่มันไม่สุด) ดังนั้น โปรเจกต์เล่นเกมข้ามโซนของแอดขอพับไว้ก่อน

ทีนี้มาดูกันที่สตรีมมิงบ้าง เนื่องจากแอดมีหนังเรื่องหนึ่งที่อยากดูมากใน Netflix คือเรื่อง May December แต่หนังเรื่องนี้มันเป็นหนัง Exclusive เฉพาะโซนอเมริกาเหนือ แบบนี้ก็เข้าทางเลยสิ เพราะเราเชื่อม BullVPN เสมือนเป็นคอมในสหรัฐอเมริกาไว้แล้ว

จากภาพนี้จะเป็น Netflix ก่อนเชื่อม BullVPN ครับ จะเห็นว่าในโซนบ้านเราไม่มีหนังเรื่อง May December

 

ทว่า พอเชื่อม BullVPN ไปที่สหรัฐอเมริกา ก็มีรายการของ May December ปรากฏว่าให้ชม !!

นี่แหละครับด้วยพลังแห่งการมุดท่อ ก็ดูหนัง Exclusive เฉพาะโซนแบบฟิน ๆ ไปเลย ซึ่งนอกจาก Netflix แล้ว เรายังสามารถนำไปใช้กับสตรีมมิงค่ายอื่น ๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Disney+, VIU, HBO, Prime video และ iQIYI

 

ทำไมต้องเลือกใช้บริการ BullVPN?

สิ่งที่แอดชอบมากใน BullVPN คือ มีโปรแกรมให้เลือกใช้ในหลายแพลตฟอร์ม เรียกว่าทุกแพลตฟอร์มยอดนิยมเลยดีกว่า ทั้ง Windows, macOS, iOS, Android รวมไปถึงส่วนเสริมใน Chrome และ Smart TV ด้วยความที่เขาทำโปรแกรมออกมาครอบคลุมทำให้เราสะดวกในการใช้งานครับ

อีกอย่างหนึ่งคือมีเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกใช้เยอะพอสมควร (มากกว่า 100 เซิร์ฟเวอร์ใน 28 ประเทศ) ครอบคลุมทุกทวีปทั่วโลก ดังนั้น ใครอยากเข้าไปชมเว็บไซต์ต่างประเทศที่จำกัดการเข้าชม หรือรับชมสตรีมมิง Exclusive ในโซนต่าง ๆ บอกเลยว่าใช้ BullVPN แล้วดูได้ทุกเรื่องเลยล่ะ

 

แพ็คเกจใช้งาน BullVPN และโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกเพจ Extreme IT

BullVPN มีแพ็กเกจให้เลือกใช้งานทั้งรายสัปดาห์, รายเดือน และรายปี ซึ่งตอนนี้มีโปรโมชันสุดคุ้ม 1 ปี ในราคาเพียง 1,990 บาท รองรับการเชื่อมต่อ 4 Connections ซึ่งตรงนี้เราสามารถเลือกเพิ่ม Connection ได้ว่าจะใช้ในอุปกรณ์กี่เครื่อง สูงสุดเลือกได้ 20 Connections ครับ

และนี่คือโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกเพจ Extreme IT ทาง BullVPN ได้มอบโค้ดส่วนลดให้: DISExtremeIT ส่วนลด 15% สำหรับแผนการใช้งานตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป (แผน 1 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี และ 2 ปี) ระยะเวลา 23/4/2024 – 30/6/2024

 

สรุปจุดเด่นและข้อสังเกต ของ BullVPN

BullVPN ถือว่าเป็นหนึ่งในบริการ VPN ที่น่าสนใจ ด้วยความที่เขามีเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกเยอะ ประสิทธิภาพในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ทำออกมาได้ดี อีกทั้งยังมีอินเทอร์เฟซใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก มีแพ็กเกจที่ปรับแต่งได้ตามรูปแบบการใช้งาน ใครที่กำลังมอง VPN ไปใช้ในงาน แนะนำ BullVPN เลยครับ

จุดเด่น

  • มีเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกเยอะ มากกว่า 100 เซิร์ฟเวอร์ใน 28 ประเทศทั่วโลก
  • อินเทอร์เฟซใช้งานง่ายมากไม่ซับซ้อน
  • ปรับแต่งราคาแพ็กเกจตามการใช้งานได้ดี
  • ดูสตรีมมิง Exclusive ในต่างประเทศได้แบบไม่มีสะดุด
  • มีบริการซัพพอร์ตแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าทุกวัน
  • มีโปรโตคอล WireGuard ที่ช่วยให้ VPN ปลอดภัยและเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูงกว่าโปรโตคอลทั่วไป

ข้อสังเกต

  • ยังไม่รองรับระบบปฏิบัติการ Linux

Related articles

PowerColor เผยฟีเจอร์ Edge AI ใช้ชิป NPU ช่วยให้การ์ดจอกินไฟลดลง สูงสุดถึง 22% !!

ช่วงนี้ AI กำลังมาแรง จะเห็นว่าในซีพียูจะมีชิป NPU เพื่อช่วยการประมวลผล AI โดยเฉพาะ ซึ่งทาง...

[เรื่องน่ารู้] Cybernetics vs. 80 Plus มาตรฐาน PSU แบบไหนดีกว่ากัน ??

เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เลือกซื้อซีพียู ส่วนหนึ่งต้องพิจารณามาตรฐาน 80 Plus เพื่อบอกถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการจ่ายไฟ แต่ยังมีอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ด้วย นั่นคือมาตรฐาน...

GIGABYTE เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในซีรีส์ AI TOP – ตอบโจทย์คอม AI ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

ปีนี้มันปีของ AI จริง ๆ จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์คอมชิ้นไหน ๆ ก็เน้น AI เป็นพิเศษ...

1-Click Auto Tune คลิกเดียวการ์ดจอก็แรงขึ้น แถมปรับค่า OC ได้ ด้วย NVIDIA App

ในงาน Computex ที่ผ่านมา NVIDIA ไม่ได้มีการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ด้านเกมมิ่งออกมานะครับ แต่อย่าน้อยใจไป เพราะอย่างน้อยก็มีการอัปเดตซอฟต์แวร์ใหม่ NVIDIA App...

รู้จัก Project G-Assist ผู้ช่วย AI สุดยอดคลังความรู้ ให้การเล่นเกมของเราสนุกขึ้นกว่าเดิม !!

นี่น่าจะเป็นหนึ่งในโปรเจ็กต์ AI ของค่ายเขียว ที่ถูกใจเหล่าเกมเมอร์อย่างแน่นอนกับ Project G-Assist ผู้ช่วยในการเล่นเกม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นมุกตลกในวัน April...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า