[Extreme History] – ELIZA แชตบ็อตนักบำบัด (จอมปลอม) สร้างขึ้นเพื่อทดสอบจิตใจมนุษย์

จากหัวเรื่องผมไม่ได้กล่าวเกินจริงแต่อย่างใด เพราะ ELIZA ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบจิตใจ (หลอกลวง) มนุษย์ ถึงขนาดทำให้นักจิตบำบัดยังหลงเชื่อว่ามันคือ AI ที่สามารถบำบัดจิตได้จริง ๆ และเรื่องราวของมันจะเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามได้เลยใน Extreme History ครับ

จุดเริ่มต้นของ ELIZA

ELIZA ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1960 โดย Joseph Weizenbaum โดยมีจุดประสงค์เพื่อแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่า “การสื่อสารระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร เป็นเรื่องที่ไม่ลึกซึ้ง” จากจุดนี้เราก็น่าจะเห็นภาพได้ว่า Weizenbaum ไม่ได้ต้องการสร้าง AI เพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์จริง ๆ แต่ต้องการแสดงให้เห็นว่าการคุยกับ AI มันไม่ได้ประโยชน์อะไรขนาดนั้น

Weizenbaum ออกแบบให้ ELIZA อยู่ในรูปแบบ Chatbot ฟีลเดียวกับ ChatGPT ที่เราสามารถพิมพ์คำถามอะไรไปก็ได้ แล้วมันก็จะตอบโต้ตามความเหมาะสม

หลายคนงงล่ะสิว่าเทคโนโลยีในยุค 1960 มันถึงขั้นสร้าง AI Chatbot กันได้ด้วยเหรอ? ใช่ครับ มันทำไม่ได้ขนาดนั้น เพราะฉะนั้น ELIZA ก็ไม่ใช่ Chatbot ที่ฉลาดอะไร หากแต่เป็นสคริปต์ที่เขียนไว้เพื่อดัดแปลงข้อความบางส่วนที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามาให้เท่านั้นเองครับ

 

สคริปต์ DOCTOR และกลไกการทำงานสุดล้ำ

ELIZA ถูกพัฒนาด้วยสคริปต์ DOCTOR ที่ Weizenbaum คิดค้นขึ้นมา โดยเขาอ้างอิงการออกแบบสคริปต์นี้มาจากแนวทางการบำบัดผู้ป่วยทางจิตแบบ non-directive ของนักจิตวิทยานามว่า Carl Rogers เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เดี๋ยวผมขออธิบายหลักการบำบัดก่อน แล้วเราค่อยคุยกันเรื่องสคริปต์อีกทีครับ

หลักการบำบัดแบบ non-directive จะเป็นการบำบัด จะยึดที่ตัวผู้ป่วยเป็นหลัก โดย Rogers มองว่าสิ่งที่บำบัดผู้ป่วยได้ดีที่สุด คือ ตัวผู้ป่วยเอง ดังนั้นคำถามที่ใช้ในการบำบัดนั้น จะเป็นคำถามที่สะท้อนกลับไปให้ผู้ป่วยได้คิดตาม จนผู้ป่วยเริ่มปรับความเข้าใจกับสภาพจิตใจของตนเอง และสามารถหาแนวทางการแก้ปัญหาหรือทางออกได้ด้วยตนเอง

และนี่ก็นำไปสู่การพัฒนาสคริปต์ DOCTOR โดยตัวสคริปต์จะประเมินน้ำหนักของข้อความที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป แล้วนำข้อความที่มีน้ำหนักมากที่สุดในประโยคมาร้อยเรียงใหม่ ให้กลายเป็นคำถามหรือคำตอบที่สะท้อนให้ผู้ใช้ได้คิดตาม ยกตัวอย่างตามภาพด้านล่าง

ELIZA ให้น้ำหนักคำหรือวลีในประโยคต่างกันไป ได้แก่ คำสรรพนามหรือคำนามให้ ในที่นี้คือ I = ฉัน ให้ 1, คำกริยา want to = ต้องการ ให้ 2 และ run away from my parents = หนีไปจากครอบครัวของฉัน ให้ 3

จากนั้นจะนำมาร้อยเรียงใหม่ ด้วยการเปลี่ยนสรรพนาม I เป็น you, นำกริยามาใช้ในการตั้งคำถาม และนำคำสำคัญที่มีน้ำหนักที่สุดมาใช้เป็นคีย์หลักในการตั้งคำถามครับ โดยจะเห็นว่าคีย์หลักจะไม่โดนเปลี่ยนแปลง ซึ่งถ้าเราลองไปถาม ELIZA มันก็จะใช้แพทเทิร์นนี้ไปเรื่อย ๆ

พูดง่าย ๆ คือมันจับคีย์เวิร์ดที่เราป้อนลงไป แล้วถามเรากลับมาอีกทีหนึ่ง หรือในบางกรณีมันจะมีชุดคำที่เตรียมไว้สำหรับคำถามหรือคำทักทายง่าย ๆ ด้วยครับ

การบำบัดกลายเป็นความคลั่งไคล้

หลังจากพัฒนา ELIZA เสร็จแล้ว Weizenbaum ก็ได้มอบหมายงานให้ ELIZA ไปเป็นนักจิตบำบัดปลอม ๆ เพื่อทดสอบเรื่องที่เขาสันนิษฐานไว้ตั้งแต่แรกว่าการสื่อสารของมนุษย์และเครื่องจักรเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น

Weizenbaum ให้อาสาสมัครทดลองพูดคุยกับ ELIZA ผลปรากฏว่าอาสาสมัครส่วนใหญ่คิดว่า ELIZA สามารถพูดตอบโต้กับพวกเขาได้จริง ๆ และมีจิตใจที่เชื่อมถึงกัน แม้กระทั่งให้นักจิตวิทยาเข้ามานั่งคุยกับ ELIZA ถึงกับยกย่องให้มันคือนักจิตบำบัดที่ควรนำไปให้ผู้ป่วยทางจิตทดลองใช้กันเลยทีเดียว!!

ยังไม่จบแค่นั้นนะครับ Weizenbaum ได้ให้เลขานุการของตนเองลองคุยกับ ELIZA ด้วย ซึ่งปรากฏว่าเธอคลั่งไคล้ ELIZA มาก ใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งคุยกับ Chatbot ที่ไม่เข้าใจถึงอารมณ์มนุษย์ด้วยซ้ำ

ที่สำคัญคือช่วงหลัง ๆ ที่เลขาฯ จะพูดคุยกับ ELIZA เธอได้ขอให้ Weizenbaum ออกจากห้องไปก่อนจนกว่าเธอจะพูดคุยเสร็จ เพราะเธอต้องการความเป็นส่วนตัวในการปรับทุกข์กับ ELIZA

สิ่งนี้ใช้เป็นข้อพิสูจน์ถึงภาวะหลอน (Illusion) ที่ AI มีต่อมนุษย์เป็นครั้งแรก และเกิดเป็นคำศัพท์ที่เรียกว่า ELIZA Effect ซึ่งหมายถึงความเข้าใจผิดที่มนุษย์คิดว่า AI มีความคิดความเข้าใจจริง ๆ (ทั้งที่มันไม่ได้มีความคิดอะไรเลย) และทั้งหมดนี้ก็ตอบโจทย์ข้อสันนิษฐานของ Weizenbaum ที่เขากล่าวไว้ตั้งแต่แรก

สำหรับใครที่อยากลองเล่น ELIZA สามารถเข้าไปลองพูดคุยกับมันได้ที่ ลิงก์นี้ แต่อย่าลืมนะครับว่ามันไม่ได้มีความคิดอะไร แค่สะท้อนคำพูดของเราเท่านั้นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Unisend, Nextpit

Articles

แชร์ประสบการณ์ค้นหาช่องโหว่ปลั๊กอิน WordPress – ครั้งแรกก็เจอ Stored XSS ได้ทั้ง CVE พร้อม Bounty ฉ่ำ ๆ

ก่อนหน้านี้แอดเคยแนะนำแพลตฟอร์มสำหรับเหล่า White Hat Hacker ที่อยากมีเลข CVE เป็นชื่อตัวเอง แถมได้เงิน (Bounty)...

[HOW TO] ตั้งค่า Microsoft Word ให้ Save งานลงในโฟลเดอร์ที่ต้องการ แทน OneDrive

คิดว่าคนที่ทำงานเอกสารน่าจะคุ้นเคยกับฟีเจอร์ “เซฟงานลง OneDrive” กันอย่างแน่นอน เพราะมันช่วยให้งานของเราถูกเก็บลงในไดรฟ์ออนไลน์ในบัญชี Microsoft เราสามารถซิงก์งานลงบนคลาวด์ได้อัตโนมัติ แถมเป็นการป้องกันไฟล์สูญหายได้ด้วย แต่แอดเชื่อว่าหลาย ๆ...

[HOW TO] หยุดปีใหม่ว่าง ๆ มาหาช่องโหว่กัน !! – สมัคร Patchstack รายงานช่องโหว่ WordPress

ในช่วงวันหยุดนี้ ใครอยู่บ้านเบื่อ ๆ มาลองหาช่องโหว่ เพื่อรายงานรับเลข CVE และถ้าทำแต้มได้เยอะ ๆ ก็อาจจะได้รับ...

รีวิว iQOO 15 ตัวแรงสายเกม สเปคจัดเต็มชิปตัวท็อปแบตอึด 7000 mAh แล้วยังชาร์จไว 100W!!

มาแล้วว !! อีกหนึ่งมือถือตัวแรงส่งท้ายปี ที่เหล่าเกมเมอร์หลายคนรอคอย กับ iQOO 15 ซึ่งรอบนี้สเปคเขาสมกับการเฝ้ารอจริง ๆ...

รีวิว ASUS ExpertCenter P500 SFF คอมสำนักงาน ที่ต้องการความแรง + ทนทาน

ในยุคที่หลายคนพูดถึงความคล่องตัวของ Laptop …แต่ผมบอกเลยว่ายังไง PC ก็ยืดหยุ่น และใช้งานได้นานกว่า หลายครั้งที่เรากำลังหาคอมพิวเตอร์มาใช้งานในสำนักงานสักเครื่อง ต้องบอกว่า มันมีหลายปัจจัยมากๆ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า