Internet of Things เทคโนโลยีที่เข้ามาปฎิวัตการใช้ชีวิตในยุคดิจิตอลด้วยอุปกรณ์ Smart Device ผ่าน WI-FI 6

0

Internet of Things คืออะไร

ปัจจุบันการใช้งานเทคโนโลยีแบบไร้สาย ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสะดวกในการพกพา และการใช้งานได้ทุกสถานที่และทุกสถานการณ์ จึงไม่แปลกที่เราจะได้พบอุปกรณ์ในกลุ่ม Smart Device กันมากขึ้นครับ

ซึ่งอุปกรณ์กลุ่ม Smart Device ที่ทำงานเชื่อมต่อกันได้แบบไร้สาย เราเรียกรวม ๆ ว่า Internet of Things หรือ IoTs โดยอุปกรณ์เหล่านี้ จะต้องอาศัยสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือที่เราเรียกว่า Wi-Fi เมื่อเชื่อมต่อแล้ว อุปกรณ์ IoTs จะทำงานติดต่อสื่อสารกัน เปรียบเสมือนเน็ตเวิร์กขนาดใหญ่ ยกตัวอย่างเช่นในภาคอุตสาหกรรม การนำ IoTs มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันแบบไร้สาย จะพูดคุยสื่อถึงกัน ว่าจะผลิตสินค้าออกมาอย่างไรให้ตรงกับแบบแผนที่วางไว้ รวมถึงมีการรายงานเป็นข้อมูลสำเร็จให้ผู้ประกอบรับทราบอีกด้วย

ใกล้ตัวขึ้นมาหน่อยสำหรับผู้ใช้ทั่วไป คือระบบ Cloud Storage หรือการจัดเก็บข้อมูลผ่านเครือข่าย ที่เราเรียกว่า กลุ่มเมฆ โดยที่ไม่ต้องมีอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บ เช่น Hard disk หรือ Flash drive ให้ยุ่งยาก เมื่อต้องการใช้งานก็เพียงแค่ดาวน์โหลดผ่านสมาร์ทโฟน หรือ PC หรือเมื่อต้องการส่งงานต่อให้เพื่อน เพียงแค่แปะลิ้งก์ดาวน์โหลดไว้ให้ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายๆ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งระบบความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือ

กระนั้น การเชื่อมต่อของอุปกรณ์ IoTs ต้องอาศัยอินเทอร์เน็ตไร้สาย ที่มีประสิทธิภาพสูง ในปัจจุบันได้มีมาตรฐาน Wi-Fi 6 เข้ามามีบทบาทในการยกระดับประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อ ซึ่งจะกล่าวในลำดับถัดไป

 

รู้จัก Wi-Fi 6

บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่า Wi-Fi มีการเรียกรหัสรุ่นด้วย นั่นเป็นเพราะทาง Wi-Fi Alliance เพิ่งจะเริ่มใช้การเรียกรหัสรุ่นใน Wi-Fi 4 “802.11n” ในปี 2009 ถัดมาด้วย Wi-Fi 5 “802.11ac” ในปี 2014 และล่าสุดกับ Wi-Fi 6 “802.11ax” ที่มีกำหนดการเริ่มใช้งานในปี 2019 ส่วน Wi-Fi รุ่นก่อนหน้านี้ จะไม่ได้มีการกำหนดเลขรุ่นอย่างเป็นทางการ

ข้อแตกต่างของ Wi-Fi 6 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน มีดังนี้

Wi-Fi ที่เร็วขึ้น

จากการทดสอบพบว่า เมื่อทำการเขื่อมต่ออุปกรณ์ 1 เครื่อง เข้ากับเราเตอร์ Wi-Fi 6 จะมีประสิทธิภาพในการรับ-ส่งข้อมูลได้ดีกว่า Wi-Fi 5 ถึง 40% เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่นี้ ได้ปรับปรุงให้สามารถเข้ารหัสและถอดรหัส ในปริมาณที่มากขึ้นในความถี่คลื่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น จึงมีแนวโน้มที่จะทำงานร่วมกับอุปกรณ์หลายชิ้นได้ดีกว่า

นอกจากนี้ ในคลื่นความถี่ 2.4 GHz เมื่อใช้งานใน Wi-Fi 6 จะมีความเร็วเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างจาก เราเตอร์ ASUS RT-AX88U กล่าวไว้ว่า ในคลื่นความถี่ 2.4 GHz จะมีความเร็วที่ 1148 Mbps และในคลื่นความถี่ 5 GHz จะมีความเร็วสูงถึง 4804 Mbps เลยทีเดียว

ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

ด้วยฟีเจอร์ Target Wake Time (TWT) จะช่วยให้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, โน้ตบุ๊ก แม้กระทั่งอุปกรณ์ประเภท Internet of Things ประหยัดแบตเตอร์รี่มากขึ้น มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

สำหรับฟีเจอร์ TWT นั้น ตัวส่งสัญญาณ หรือ Access point จะสื่อสารกับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ (เช่น สมาร์ทโฟน) ว่าเวลาไหนที่จะหยุดส่งสัญญาณ และเมื่อไรที่จะกลับมาส่งสัญญาณอีกครั้ง คล้ายกับการเข้าสู่ Sleep mode นั่นเอง ทำให้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ Access point ประหยัดแบตเตอร์รี่มากขึ้น

รองรับการเชื่อมต่อจำนวนมากได้ดีกว่า

เนื่องจากกลไกการเชื่อมต่อของ Wi-Fi 6 จะมีการแบ่งช่องสัญญาณ (Channel) ออกเป็นช่องย่อยๆ อีกมากมาย (Subchannel) เรียกว่า Orthogonal Frequency Division Multiple Access (OFDMA) ซึ่งช่องสัญญาณย่อยเหล่านี้ จะเป็นจุดที่ให้อุปกรณ์แต่ละชิ้นทำการเชื่อมต่อ ทำให้ Access point Wi-Fi 6 รองรับอุปกรณ์ได้หลากหลายมากขึ้น เมื่อเทียบกับ Wi-Fi 5 แล้ว Wi-Fi 6 สามารถทำความเร็วเฉลี่ยได้สูงกว่าถึง 4 เท่า ในพื้นที่ที่มีผู้ใช้จำนวนมาก

ในกรณีที่มี Access point หรือเราเตอร์อยู่ใกล้กัน ปกติแล้วมันอาจจะทำให้เกิดการทับซ้อนของสัญญาณ และลดประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ แต่ใน Wi-Fi 6 จะมีการใช้สิ่งที่เรียกว่า Basic Service Set (BSS) “color” ซึ่ง Color เป็นตัวเลขระหว่าง 0-7 เพื่อกำหนดความแตกต่างของ Access point

สมมุติว่าอุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง กำลังรอการเชื่อมต่อจาก Access point แห่งหนึ่งอยู่ (ซึ่งมีการกำหนด Color ไว้เป็นค่าๆ หนึ่ง) แต่จู่ ๆ อุปกรณ์ตรวจพบสัญญาณอ่อนๆ จาก Access point อีกแห่ง ซึ่งมีค่า Color ที่แตกต่างออกไป อุปกรณ์จะสามารถเชื่อมต่อและรับส่งสัญญาณเข้ากับ Access point ดังกล่าวได้ในทันที โดยไม่ต้องรอการตอบรับจาก Access point ที่จะเชื่อมต่อก่อนหน้านี้

เหล่านี้นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก เช่น สนามบิน, โรงแรม, มหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งการใช้งานภายในบ้าน ก็สามารถใช้งานได้อย่างไม่มีติดขัด

 

เมื่อไรเราจะได้ใช้ Wi-Fi 6?

คาดการณ์ว่า Wi-Fi 6 จะถูกประกาศเป็นมาตรฐานอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2019 หรืออาจจะต้นปี 2020 ?