[Review] KEF LSX II LT ลำโพงจากแบรนด์ระดับตำนาน คุณภาพเสียงดีเยี่ยม แต่มาพร้อมราคาที่ถูกลง!

สำหรับใครที่อยู่ในวงการด้านเสียงเพลง ต้องรู้จักลำโพงจากแบรนด์ KEF ซึ่งเป็นผู้ผลิตลำโพง HIFI ระดับตำนาน และวันนี้แอดได้ KEF LSX II LT เหมาะกับคนรุ่นใหม่รักเสียงเพลง ที่กำลังมองหาลำโพงคุณภาพดีเยี่ยมมาใช้งาน จะเป็นอย่างไรบ้างไปดูกันเลยครับ

ทำความรู้จัก KEF แบรนด์ผู้ผลิตลำโพงระดับตำนาน

สำหรับใครที่ยังไม่ร็จักแบรนด์ผู้ผลิตลำโพงระดับพรีเมี่ยม เดี๋ยวแอดจะขอเล่าให้ฟังสักเล็กน้อยก่อนไปอ่านรีวิวกัน

KEF เป็นแบรนด์ลำโพง HIFI จากประเทศอังกฤษ มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 60 ปี ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในระดับแนวหน้าของความเป็นเลิศด้านเสียงอย่างมั่นคงมายาวนานมากกว่า 60 ปี นับตั้งแต่การออกแบบ พัฒนาไปจนถึงการบุกเบิกซีรี่ย์ Reference ที่ปัจจุบันถือเป็นจุดกำหนดมาตรฐานของวงการเครื่องเสียงเลยก็ว่าได้

KEF ถูกก่อตั้งในปี 1961 โดยคุณ Raymond Cook อดีตวิศวกรจาก BBC โดยชื่อ KEF มาจาก Kent Engineering and Foundry ได้ออกแบบพัฒนาลำโพงโดยผ่านการคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งระบบเป็นคนแรกของโลก และเป็นลำโพงเพียงยี่ห้อเดียวที่ถูกเลือกใช้โดย BBC ในยุคนั้น

ในเวลาต่อมามีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำประสบการณ์การฟังอีกระดับไปสู่ผู้ที่มีความพิถีพิถันในการฟังเพลง คอลเลคชันลำโพงและซับวูฟเฟอร์ที่ปฏิวัติวงการของแบรนด์ ได้พัฒนาให้มีลำโพงไร้สายแบบ All in One และหูฟัง ทำให้ KEF ส่งมอบเสียงที่มีความไพเราะ เที่ยงตรงสูง จนมาถึงรุ่นที่เรากำลังจะรีวิวกันในวันนี้กับ KEF LSX II LT

 

การออกแบบ

KEF LSX II LT เป็นลำโพงที่มีดีไซน์แบบมินิมอล ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดังอย่างคุณ Michael Young คล้ายกับรุ่นพี่ในรุ่น LSX II แตกต่างที่วัสดุห่อหุ้มของ LSX II LT จะใช้พลาสติกแทนผ้าจาก Kvadrat แต่ยังคงความเรียบหรูพรีเมียมไว้เหมือนเดิมฃ

ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป เราสามารถวางบนโต๊ะทำงานได้ไม่เกะกะพื้นที่ทำงาน หรือจะวางส่วนไหนของบ้านก็หรูหราราวกับเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านเลยล่ะ

 

สีของตัวลำโพงมีให้เลือก 3 สี คือ Graphite Gray, Stone White และ Sage Green ส่วนสีที่แอดได้มารีวิว จะเป็นสี Graphite Gray และ Stone White ใครอยากได้ลำโพงเสริมการตกแต่งห้องแบบทูโทนขาวดำ บอกเลยว่าต้องจัดจริง ๆ ครับ

การเชื่อมต่อ

บริเวณด้านหลังของ KEF LSX II LT จะมีพอร์ตเชื่อมต่อต่าง ๆ ซึ่งมีมาให้เยอะมาก ได้แก่

  • ปุ่มรีเซต และปุ่มเชื่อมต่อ Bluetooth
  • พอร์ต Optical, USB-C และแจ็คเชื่อม Subwoofer
  • HDMI eARC เชื่อมโทรทัศน์, USB-C สำหรับเชื่อมต่อ Interspeaker และพอร์ตสายแลน RJ45
  • ช่องต่อสายไฟ AC power

ในการใช้งานจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือการเชื่อมต่อไร้สาย สำหรับ KEF LSX II LT สามารถเขื่อมต่อแหล่งเสียงผ่าน Wi-Fi และ Bluetooth 5.0 ได้ เผื่อใครอยากเล่นเพลงผ่านบริการสตรีมมิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Chromecast, AirPlay2, Spotify Connect หรือ Tidal Connect

ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ การเชื่อมต่อผ่านสาย ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ใด ถ้าเชื่อมโทรทัศน์ก็เลือกเป็นสาย HDMI eARC หรือถ้าเชื่อมผ่านโน้ตบุ๊ก/คอมพิวเตอร์ ก็อาจใช้เป็นสาย USB-C เป็นต้น

ช้อสังเกต ใน KEF LSX II LT จะไม่มีพอร์ต AUX เหมือนในรุ่น LSX II นะครับ หลัก ๆ จะเป็นการเชื่อมต่อผ่าน USB-C แต่คุณภาพเสียงที่ได้รับรองเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

 

คุณภาพเสียง

ด้วยความที่เราเป็นสายคอม แอดเลยจะได้ใช้เจ้า KEF LSX II LT เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C เป็นหลัก ซึ่งบอกตรงนี้เลยว่า การเชื่อมต่อแบบ USB-C จะทำให้เสียงดีกว่าแบบที่ใช้แจ็ค 3.5 mm โดยจะให้เสียงคุณภาพสูงระดับ cable mode (96kHz/24bit) เนื่องจากการเชื่อมต่อผ่าน USB-C เสียงจะถูกถอดรหัสที่ DAC บน KEF LSX II LT ที่เป็น DAC แบบ HiFi แต่ถ้าเราใช้แจ็ค 3.5 mm เสียงจะถูกถอดรหัสบนชิปเสียงบน mainboard ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเป็นเกรด HiFi ครับ

LSX II LT สามารถรองรับไฟล์เสียงหลากหลายรูปแบบ คุณภาพไฟล์เสียงสูงสุด 24bit/384kHz DSD มาพร้อมไดรเวอร์อาร์เรย์ Uni-Q เจนเนอเรชันที่ 11 เพื่อเสียงที่คมชัดและแม่นยำ มีเอนจินเสียงภายในให้เสียงขับออกมาได้เต็มอิ่ม และกำลังขับเสียงจะอยู่ที่ LF 70W class D, HF 30W class D, Max. SPL 102dB ครับ

 

แอปพลิเคชัน

เนื่องจาก KEF LSX II LT สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ จึงมีการพัฒนาแอปพลิเคชัน KEF Connect (ลิงก์ดาวน์โหลดสำหรับ Play Store และ App Store) เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อ เพราะเราสามารถเชื่อมต่อแอปพลิเคชัสตรีมมิ่งเพลงอื่น ๆ ผ่าน KEF Connect

นอกจากนี้ เรายังสามารถปรับแต่ง Equalizer ให้เข้ากับสไตล์การฟังเพลง หรือเลือกโปรไฟล์ที่เขาเตรียมไว้แล้วได้เลยครับ

 

เปรียบเทียบสเปกกับรุ่นพี่

KEF LSX II LT เป็นลำโพงรุ่นน้องที่พัฒนาต่อยอดจากรุ่นพี่ LSX II แล้วรุ่นน้องจะมีอะไรที่แตกต่างบ้าง ไปดูกันเลยครับ

  1. สายเชื่อมต่อระหว่างลำโพง

LSX II LT จำเป็นต้องใช้สาย USB-Type-C เชื่อมระหว่างลำโพง ทั้ง 2 ข้างซ้ายขวา โดยจะให้เสียงคุณภาพสูงระดับ cable mode (96kHz/24bit) ให้เสียงที่เยี่ยมยอดเช่นเดิม

  1. เทคโนโลยีใหม่ในการขับลำโพง

LSX II LT จะต่อเสียบ Power หรือปลั้กที่ลำโพงหลัก Primary เพียงแค่ข้างเดียวเท่านั้น (LSX II ต้องใช้เสียบทั้ง 2 ข้าง) แต่ LSX II LT ไม่ใช่ลำโพง active ที่มี amp เพียงข้างเดียวแล้วต่อสายลำโพงข้ามมาอีกข้าง แต่ยังมีการแยกชุด power amp ทั้ง 4 ตัว (รวม 200watt) เพื่อขับลำโพงแต่ละตัว LF(70W), HF(30W) แยกกันทั้งสองข้าง ผ่านเทคโนโลยี USB-Type-C power delivery

  1. พอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันเช่นเดิม

พอร์ตเชื่อมต่อของ LSX II LT มี HDMI ARC, Optical และ Type C เหมือนกับรุ่นพี่อย่าง LSX II ไม่มีเพียงแค่ Aux input เท่านั้นครับ

  1. วัสดุภายนอกที่ไม่เหมือนกันแต่หรูหราเหมือนเดิม

LSX II LT เปลี่ยนวัสดุภายนอกเป็นพลาสติก (LSX II ใช้เป็นผ้า Kvadrat จากเดนมาร์ค) แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์มินิมอลที่เรียบหรูดูแพงครับ

  1. การรองรับสตรีมมิ่ง

LSX II LT รองรับ Airplay 2, Google Chromecast, UpnP Compatible และ Bluetooth เหมือนกับรุ่นพี่อย่าง LSX II แต่ที่ไม่เหมือนกันอย่างเดียวคือ ROON Ready ที่ยังไม่รองรับเท่านั้น

  1. คุณภาพเสียงยังยอดเยี่ยมเช่นเดิม

LSX II LT สามารถรองรับไฟล์เสียงได้สูงสุด 24bit/384kHz DSD เหมือนกับรุ่นพี่อย่าง LSX II แต่ที่แตกต่างมีเพียงจุดเดียวคือ LSX II จะรองรับ MQA ด้วยครับ

 

ข้อสรุป

KEF LSX II LT ลำโพง HIFI สุดพรีเมียม คุณภาพเสียงที่ผ่านการปรับปรุงมาอย่างยาวนานด้วยแบรนด์ในตำนาน บอกเลยว่าเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการฟังเพลงให้ได้อรรถรส ดื่มด่ำไปกับท่วงทำนองอันไพเราะ การขับเสียงที่ทำได้ดีเยี่ยม และรองรับการเชื่อมต่อผ่านหลากหลายแพลตฟอร์ม นับว่าเป็นแก็ดเจ็ตที่คุ้มค่าแน่นอนครับ

KEF LSX II LT จัดจำหน่ายในราคา 42,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Graphite Gray, Stone White และ Sage Green  สำหรับใครที่สนใจ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.facebook.com/vgadz/ และ https://www.vgadz.com/kef

✅บริษัท วีแกดซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

โทร. 02-692-5216

Line OA: @kefthailand (https://lin.ee/XUf7NaM)

ช่องทางจัดจำหน่าย :

📍The Gadget by Vgadz สาขา Central World ชั้น 4 โซน IT Gadget และสาขาเดอะมอลล์บางกะปิ ชั้น 2 ติดกับร้าน  Big Camera

📍ร้าน Piyanas ทุกสาขา

📍ร้าน HD HiFi ทุกสาขา

📍Theater House

📍Audiomate BKK

และร้านเครื่องเสียงชั้นนำทั่วประเทศ

Related articles

เจาะลึก “AMD Ryzen 9000 Series” และเมนบอร์ด AM5 800 Series จากงาน AMD Tech Day

สัปดาห์ที่ผ่านมา แอดได้ไปงาน AMD Tech Day ซึ่งเขาได้เจาะลึกเทคโนโลยีของ AMD ทั้งซีพียู Ryzen,...

ร้อนนักก็ปิด Core ไปเลย! เทคโนโลยี Intel Fast Throttle แก้ปัญหาความเร็วร่วง เมื่อซีพียูร้อน

Intel Gen 13/14 ทำออกมาได้แรงจริง ๆ แต่กลับมีปัญหาเรื่องความร้อนที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ ใน Intel Gen...

ประกอบคอมเล่นเกม RAM แค่ไหนถึงจะเพียงพอ? 64GB vs. 32GB vs. 16GB vs. 8GB

คอมแรงไม่แรง แรมเยอะ ๆ ไว้ก่อน ปัจจุบันก็ยังพอใช้นิยามนี้ได้ เพราะข้อมูลต่าง ๆ มีขนาดใหญ่ขึ้น การมีพื้นที่แรมเยอะ...

เราเชื่อ Benchmark ได้มากแค่ไหน? Techspot เผยไต๋ AMD ใช้ทริคทดสอบซีพียูเหนือคู่แข่ง

ทุกครั้งที่มีการเปิดตัวซีพียู แต่ละค่ายจะโชว์ผลทดสอบการเล่นเกมว่าแรงเท่าหรือแรงกว่าอีกค่ายหนึ่งเสมอ แต่คุณเชื่อผลทดสอบเหล่านี้ได้มากแค่ไหน? นี่คือประเด็นที่ทาง Techspot ได้นำออกมาตีแผ่ให้เราได้คิดกันครับ ย้อนกลับไปในงาน Computex 2024 ที่ผ่านมา...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า