พรีวิว Nokia 8.1 Android One ที่มากับกล้องหลังคู่เลนส์ ZEISS

0

Nokia 8.1 Android One เปิดตัวไปแล้วพร้อมราคาพิเศษเพียงแค่ 9,900 บาท (จากราคาเต็ม 13,900 บาท) ได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ ยอดจองหมดตั้งแต่วันแรกๆ สิ่งที่น่าสนใจ Nokia 8.1 มาพร้อมกับกล้องหลังเลนส์คู่ (Dual Camera) ความละเอียด 12+13 ล้านพิกเซล เลนส์ใช้เลนส์คุณภาพจากค่าย ZEISS ด้านประสิทธิภาพการทำงาน มาพร้อมกับชิปประมวลผล Snapdragon 710 หน่วยความจำภายใน RAM 4 GB / ROM 64 GB พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3500mAh ระบบปฎิบัติการจะเป็น Android Pie 9.0 บนโครงการ Android One และการันตีว่ามีให้อัพเดทแน่นอนสองปีเต็มครับ

SPEC Nokia 8.1

  • หน้าจอแสดงผลแบบ PureDisplay ขนาด 6.18 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+1080 x 2246 พิกเซล
  • CPU Qualcomm Snapdragon 710
  • GPU Adreno 616
  • RAM LPDDR4x ขนาด 4 GB
  • ROM 64 GB รองรับ microSD Card ความจุสูงสุด 400GB
  • รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 4G LTE Cat.6, Wi-Fi 802.11 b/g/n/ac และ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie
  • กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 12+13 ล้านพิกเซล
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง พร้อม สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคหน้าจอ
  • ระบบบันทึกเสียงวิดีโอรอบทิศทาง OZO
  • ลำโพงพร้อมระบบ Smart Amplifier
  • แบตเตอรี่ความจุ 3500mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging
  • ราคาเปิดตัว 13,900 บาท

แกะกล่องเช็คของ

ตัวกล่องด้านหน้าจะแจ้งรายละเอียดชื่อรุ่นมาให้ทราบและมีสติ๊กเกอร์ตอกย้ำให้ทราบว่า ทางเรามีอัพเดทแน่นอนภายในระยะเวลาสองปี

ด้านหลังกล่องจะแจ้งสเปคคร่าวๆให้ทราบครับ

แกะกล่องเช็คอุปกรณ์ภายในจะมีดังนี้

  1. ตัวเครื่อง nokia 8.1
  2. adapter รองรับ Fast Charging
  3. สาย USB-C
  4. หูฟัง
  5. เข็มจิ้มถาดซิม
  6. คู่มือการใช้งาน

วัสดุและการออกแบบ

Nokia 8.1 มาพร้อมกับหน้าจอ  IPS ขนาด 6.18 ” FHD+ (1080 x 2246 pixels, 18.7:9 ) ความละเอียดจอต่อหนึ่งหน่วย ~408 ppi / ~81.2 % คือขนาดของจอต่อตัวเครื่อง/ เทคโนโลยีจอ PureDisplay ( HDR10 ,DCI-P3, 500 nits,1:1500 contrast ratio, 96% colour gamut) / หน้าจอกระจก NEG Dinorex™

การแสดงผลสวยงาม และมีโหมดให้เลือกปรับของโทนสีหน้าจอ และยังสามารถปิดรอยบากได้ครับ ตรงรอยบากจะมีชุดเซนเซอร์กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล / ลำโพงสนทนาและเซนเซอร์วัดแสง

ขอบเครื่องทำจากอลูมิเนียมเกรด 6000 Series ตัดขอบและเข้ามุมได้เนี๊ยบดีครับ เพิ่มความสวยงามให้กับตัวเครื่องได้เยอะเลย สีที่ผมรีวิวจะเป็นสี Iron/Steel สีของอลูมิเนียมจะเป็นสีทองแดงตัดกับสีเกรสวยหรูดี

ด้านล่างจะมีช่องไมค์สนทนา / ช่อง  USB Type-C และลำโพงตัวเครื่อง เสียงผ่านลำโพงชัดเจนดีเพราะมี Smart Amplifier มาช่วยขับเสียง

ด้านข้างฝั่งขวาจะมีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม power ตัวปุ่มแน่นหนาดีครับ เก็บงานได้เนี๊ยบ

ฝั่งด้านบนจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และไมค์ตัดเสียงรบกวนพร้อมบันทึกเเสียงมาให้ Nokia 8.1 มาพร้อมกับระบบบันทึกเสียงเซอร์ราวด์แบบ Nokia OZO

ฝั่งขวาจะเป็นช่องใส่ถาดซิมการ์ด

ช่องใส่ซิมแบบคู่ ( hybrid ) สำหรับการเพิ่มหน่วยความจำภายนอกรองรับ microSD Card ความจุสูงสุด 400GB

หรือถ้าจะใช้งานแบบซิมคู่ ตัวเครื่องรองรับ Dual 4G+ / Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4 – 5 GHz ความเร็วสูงสุดที่ 866 Mbps และยังรองรับ Bluetooth 5.0 พร้อม NFC เรียกว่าการเชื่อมต่อมีมาให้ครบมาก

ด้านหลังตัวเครื่องเป็นกระจกเคลือบผิว มีตำแหน่งของปุ่มสแกนลายนิ้วมืออยู่ตรงกลางหลังตัวเครื่อง

ด้านหลังจะมีกล้องหลังคู่ เลนส์ ZEISS OIS , EIS ( เลนส์หลัก 12 MP AF f/1.8 ขนาดของพิกเซล 1.4 µm ขนาดเซ็นเซอร์รับภาพ SONY IMX 363 1/2.55’ / กล้องวัดความลึกของภาพ 13MP FF f/2.0 ) AI ประมวลผลภาพ SPECTRA 250 ,AI Scene Detection 18 สถานการณ์ ,PDAF, HDR , โหมดถ่ายภาพบุคคล และ ระบบตรวจจับใบหน้า มาพร้อมไฟแฟลช LED คู่ แบบ High CRI-100 ( VDO UHD 4K / FHD 1080p / HD 720p- 30fps, )

ระบบปฎิบัติการ

Nokia 8.1 มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android Pie 9.0 บนโครงการ Android One และการันตีว่ามีให้อัพเดทแน่นอนสองปีเต็มครับ

ประสิทธิภาพการทำงาน

Nokia 8.1 เลือกใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 (10 nm) / Octa-core (2×2.2 GHz 360 Gold & 6 x 1.7 GHz Kryo 360 Silver)/ GPU Adreno 616

หน่วยความจำ RAM 4 GB / ROM 64 GB

ทดสอบคะแนนคร่าวๆผ่าน antutu

สเปคที่ให้มาเรียกว่าน่าสนใจสุดๆ แถมตัวเครื่องออกแบบมาได้สวยงามน่าถือใช้งาน รีวิวฉบับเต็มเร็วๆนี้ผมกลับมาอีกครั้ง ขอไปทดสอบประสิทธิภาพการทำงานแบบแท้จริงและเรื่องกล้องถ่ายภาพแบบละเอียดอีกครั้ง เดี๋ยวกลับมาครับผม