OPPO ชูแผน Zero-Battery Future เน้นการขับเคลื่อนด้วยสัญญาณไร้สายในอนาคต  แสดงเอกสารรายงาน Zero-Power Communication

  • อุปกรณ์ Zero-Power Communication ทั้งหมดไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ มีขนาดกะทัดรัด ต้นทุนต่ำ และไม่สิ้นเปลืองพลังงาน อีกทั้งยังสามารถประหยัดต้นทุนการบำรุงรักษา ลดขยะ และมลภาวะที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • OPPO ได้มีการร่วมมือกับพันธมิตรทั่วทั้งอุตสาหกรรมเพื่อทำให้อุปกรณ์ Zero-Power Communications เป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคต่อไป เพื่อมอบความสะดวกครอบคลุมและยั่งยืนยิ่งขึ้น
20 มกราคม 2565, เซินเจิ้น – ในอนาคตอันใกล้ อุปกรณ์ IoT จะสามารถเก็บเกี่ยวพลังงานได้โดยตรงจาก Bluetooth, WiFi และสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ทำให้มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม เช่น มีขนาดที่เล็กลง ความทนทานที่ดีขึ้น และต้นทุนที่ต่ำลง
อุปกรณ์แท็กอิเล็กทรอนิกส์สามารถนำมาใช้เพื่อตามหาสิ่งของต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนหรือชาร์จแบตเตอรี่ หรือในขณะเดียวกัน นกอพยพที่ใกล้สูญพันธุ์ทุกตัวจะได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ติดตามทางไกล ทำให้จำนวนการใช้แบตเตอรี่ลดลงอย่างมาก ภาพแห่งอนาคตเหล่านี้เป็นตัวอย่างเบื้องต้นจากเอกสารรายงาน “Zero-Power Communication” ของ OPPO
 สามารถติดแท็ก Zero-Power Communication กับสิ่งของที่สูญหายได้ง่าย ทำให้สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างง่ายดายในระยะไกลโดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่
วันนี้ OPPO Research Institute ได้เผยแพร่เอกสารรายงานเรื่อง Zero-Power Communication ฉบับใหม่อย่างเป็นทางการ โดยเอกสารนี้จะวิเคราะห์ตำแหน่งทางเทคนิคของเทคโนโลยี Zero-Power Communication ในด้านความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองเกี่ยวกับ IoT และขั้นตอนการดำเนินการสำหรับเทคโนโลยีที่จะพัฒนาร่วมกับระบบการสื่อสารอื่นๆ ในอนาคต
อุปกรณ์ Zero-Power มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม เช่น ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ มีขนาดกะทัดรัดอย่างมาก ใช้พลังงานต่ำ และต้นทุนต่ำ 
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงาน แม้ว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่จะก้าวไปไกลในหลายปีที่ผ่านมา แต่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ในปัจจุบันยังคงมีปัญหาสำคัญในแง่ของขนาดโดยรวม ต้นทุนการผลิต อายุการใช้งาน ความสะดวกในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เทคโนโลยี Zero-Power Communication ได้ลดความจำเป็นในการใช้แบตเตอรี่โดยการเก็บเกี่ยวพลังงานจากคลื่นความถี่วิทยุรอบตัวเพื่อสร้างพลังงาน มอบอุปกรณ์ที่มีขนาดกะทัดรัด มีประสิทธิภาพ และต้นทุนต่ำ โดยคุณสมบัติดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการใช้งานด้านต่างๆ ทั้งในเชิงพาณิชย์ เช่น การคลังสินค้า การขนส่ง รวมถึงการเกษตร และในอุปกรณ์สวมใส่  ระบบภายในบ้านแบบอัจฉริยะ และการใช้งานที่ทันสมัยอื่นๆ
“นับจากยุคแรกมาจนถึงยุคที่ 4 ของเทคโนโลยีโทรคมนาคมเคลื่อนที่ อุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้ก้าวผ่านเทคโนโลยีมาแล้วถึง 4 ขั้น — จากอนาล็อกสู่ดิจิทัล สู่ดาต้า และสุดท้ายสู่บรอดแบนด์ การก้าวกระโดดแต่ละครั้งเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบอัตราการส่งข้อมูลที่เร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ในทศวรรษหน้า เมื่อพิจารณาถึงเทคโนโลยี 5G และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ไกลออกไป เราไม่เชื่อว่าการรับส่งข้อมูลจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ในเทคโนโลยีโทรคมนาคม
แต่เราเชื่อว่าเทคโนโลยีควรพัฒนาเพื่อมอบความสะดวกสบายและคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับสังคมโดยรวมมากยิ่งขึ้น โดยเทคโนโลยี Zero-Power Communications ได้มอบวิธีการสำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการเลิกใช้แบตเตอรี่ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะลดต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการได้ ด้วยเหตุนี้ Zero-Power Communications จึงเป็นหนึ่งในประเด็นหลักเมื่อเราก้าวเข้าสู่ยุค B5G/6G” Henry Tang Henry Tang, OPPO’s Chief 5G Scientist กล่าว
ในขณะที่เทคโนโลยีการสื่อสารแบบ passive communication มีอยู่แล้วในเทคโนโลยี radio frequency identification (RFID) ในปัจจุบัน ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันมักจะประสบปัญหา เช่น ระยะการสื่อสารสั้น ประสิทธิภาพต่ำ และความจุของระบบขนาดเล็ก สิ่งนี้เหล่านี้เป็นความท้าทายที่สำคัญเมื่อใช้เทคโนโลยี RFID กับการใช้งานที่เฉพาะเจาะจงหรือซับซ้อน เช่น เครือข่ายเซ็นเซอร์อุตสาหกรรม การขนส่งและการคลังสินค้าที่ต้นทุนต่ำแต่กำลังการขนส่งสูง และบ้านอัจฉริยะราคาประหยัดและใช้พลังงานต่ำ รวมไปถึงเทคโนโลยีสวมใส่ขนาดเล็ก
อุปกรณ์ Zero-Power แตกต่างจากวิธีการดั้งเดิมตรงที่สามารถรับสัญญาณวิทยุรอบตัว ที่ออกอากาศจากแหล่งต่างๆ เช่น หอกระจายภาพ หอวิทยุ FM สถานีฐานโทรศัพท์ และจุดเชื่อมต่อ WiFi (AP) ที่เป็นแหล่งพลังงาน โดยหลังจากรวบรวมพลังงานจากคลื่นวิทยุแล้ว อุปกรณ์จะสามารถปรับสัญญาณวิทยุแวดล้อมกับข้อมูลของตัวเอง และส่งสัญญาณเหล่านี้ออกไปภายนอกในกระบวนการที่เรียกว่าการสื่อสารแบบกระจายกลับ
การออกแบบเครือข่าย Zero-Power Communication จำเป็นต้องพิจารณาถึงการอยู่ร่วมกันของระบบ Zero-Power communication และระบบ 4G/5G ที่มีอยู่ นอกเหนือไปจากเรื่องช่วงความถี่แบบ unlicensed bands และแบบ licensed bands
ระบบ Zero-Power Communication สามารถสร้างได้ในกรอบงานที่ใช้การสื่อสารแบบเซลลูลาร์ การสื่อสารแบบไซด์ลิงก์ หรือในแบบไฮบริด โดยระบบ Zero-Power Communication แบบเซลลูล่าร์จะสามารถรองรับแอปพลิเคชันเครือข่ายเซ็นเซอร์อุตสาหกรรมได้ดีที่สุด เช่น แอปพลิเคชันที่อาจต้องติดตั้งอุปกรณ์ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก เช่น สถานที่ซึ่งมีจำนวนอุปกรณ์ในเครือข่ายมาก หรือที่มีต้นทุนค่าปรับใช้และบำรุงรักษาในการใช้อุปกรณ์แบบดั้งเดิมสูง
ในทางกลับกัน วิธีการแบบไซด์ลิงค์นั้นเหมาะกับการสื่อสารระยะสั้นที่มีต้นทุนต่ำ เช่น อุปกรณ์สวมใส่หรืออุปกรณ์สมาร์ทโฮม ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวยังสามารถใช้ในการประมวลผลข้อมูลที่ได้รับอีกด้วย และวิธีการแบบไฮบริดที่ใช้ทั้งวิธีการสื่อสารแบบเซลลูลาร์และไซด์ลิงก์จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถปลดล็อกแอปพลิเคชันได้มากขึ้นโดยการใช้ระบบ Zero-Power Communications
Zero-Power Communication ส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยวพลังงาน RF, การกระจายกลับ และเทคโนโลยีการประมวลผลที่ใช้พลังงานต่ำ
OPPO ประสบความสำเร็จในการสร้างระบบ Zero-Power Communication ของตัวเองและแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของแนวคิดนี้ว่าเป็นแนวทางที่สามารถใช้ได้กับเครือข่ายการสื่อสารในอนาคต นอกจากนวัตกรรมของตัวเองแล้ว OPPO ยังเป็นผู้นำในการส่งเสริมมาตรฐาน Zero-Power Communication อย่างการเสนอโครงการวิจัย Zero-Power Communication แก่ 3GPP และนำเสนอข้อค้นพบในระหว่างการประชุมอุตสาหกรรมอย่าง FuTURE และ ICCC
โดยในงาน IMT-2030 6G Vision Workshop เมื่อเดือนกันยายน 2564 OPPO ได้ริเริ่มและจัดการประชุม Zero-Power Communication Forum โดยเชิญองค์กรด้านวิชาการและอุตสาหกรรมมาหารือเกี่ยวกับการใช้งาน ข้อกำหนดทางเทคนิค และเทคโนโลยีหลักใน Zero-Power Communication ในขณะที่อุตสาหกรรมก้าวไปสู่เทคโนโลยี 6G OPPO เชื่อว่า Zero-Power Communication จะทำงานร่วมกับเทคโนโลยีหลักอื่นๆ เช่น Reconfigurable Intelligent Surfaces, Symbiotic Radio, Non-Orthogonal Multiple Access (NOMA) และ AI เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของ 6G อย่างเต็มที่
OPPO เผยเอกสารรายงานสองฉบับเพื่อดำเนินการวิจัยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ล้ำสมัยต่อไป 
ก่อนเอกสารรายงาน Zero-Power Communication ทาง OPPO ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับเครือข่าย 6G AI-Cube Intelligent Networking ที่ได้มีการวิจัยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสารอันล้ำสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจของแบรนด์ ‘Technology for mankind, kindness for the world’ โดย OPPO ตั้งเป้าที่จะปล่อยเทคโนโลยี Zero-Power Communication ในเชิงพาณิชย์ภายใน 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า ด้วยการสร้างระบบการสื่อสารที่ชาญฉลาดกว่าที่เคย สะดวกยิ่งกว่าเดิม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

Related articles

รีวิว ASUS Zenbook 14 OLED (UM3402ZA) ดีไซน์ใหม่เน้นความเรียบหรู มาพร้อมกับชิป Intel 12th Gen มาตราฐาน Intel EVO

ASUS ขนทัพเปิดตัวโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับชิป Intel 12th Gen บนสถาปัตยกรรม Alder Lake ใหม่ล่าสุดในเวลานี้มาหลากหลายรุ่นหลายซีรี่ย์ รายละเอียด...

เดลล์ เทคโนโลยีส์ คว้ารางวัล THAILAND TOP COMPANY AWARDS 2022

นายอโณทัย เวทยากร (ซ้าย) รองประธานบริหาร ตลาดเกิดใหม่ภูมิภาคเอเชีย และกลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ภูมิภาคเอเชียใต้ เดลล์ เทคโนโลยีส์ รับมอบรางวัล...

บราเดอร์มอบเงินบริจาคในโครงการ Brother Beat Cancer Run 2022 ช่วยผู้ป่วยโรคมะเร็งโลหิตที่ยากไร้ รพ.รามาฯ

นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยนายพรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล...