ตรวจเช็คความพร้อม PC ของคุณ ก่อนอัปเกรดไปใช้การ์ดจอ GeForce RTX 3000 Series

0

อีกไม่กี่วันการ์ดจอ RTX 3000 Series ก็จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจะพาเพื่อน ๆ ตรวจเช็คสภาพคอมของตนเองให้พร้อมแก่การอัปเกรดเสียก่อน มีอะไรที่ต้องปรับเปลี่ยนบ้าง ไปดูกันเลยครับ

Power Supply

อุปกรณ์ที่สำคัญมากที่สุดสำหรับคอมพิวเตอร์ คือ Power Supply (PSU) ซึ่งทำหน้าที่แปลงกระแสไฟบ้านเป็นไฟกระแสตรง แจกจ่ายไปให้อุปกรณ์อื่น ๆ ภายในเครื่อง เพราะฉะนั้น ถ้ากำลังของ PSU มีไม่เพียงพอ เวลามีโหลดหนัก ๆ อาจทำให้คอมรวน คอมดับ หรือขึ้นจอฟ้า BSOD ได้

สำหรับการ์ดจอ RTX 3000 Series ที่เปิดตัวมาล่าสุดนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ RTX 3090, RTX 3080 และ RTX 3070 โดยสองรุ่นแรกนั้น NVIDIA แนะนำให้ใช้ PSU 750W ส่วน RTX 3070 แนะนำให้ใช้ PSU 650W

อย่างไรก็ตาม มันขึ้นกับสิ่งแวดล้อมภายในคอมพิวเตอร์ คือคำแนะนำของ NVIDIA จะใช้ได้เฉพาะกับการ์ด Founders Edition และซีพียูที่ใช้อ้างอิงนั้นเป็นถึง Intel Core i9-10900K เลยล่ะ ส่วนอัตราการใช้พลังงานของการ์ดจอแต่ละรุ่นนั้น RTX 3090 ใช้ 350W, RTX 3080 ใช้ 320W และ RTX 3070 ใช้ 220W

ซึ่งผมคิดว่า PSU 650W คุณภาพดีสักรุ่นก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งาน (หากอุปกรณ์ชิ้นอื่นของคุณไม่ได้ใช้ไฟอะไรมากมายอะนะ) แต่ถ้ามีวัตต์ต่ำกว่านั้น เกรงว่าจะไม่เพียงพอกับความแรงของการ์ด Gen นี้ครับ หรือถ้าใครใช้สเปกสูง ๆ หน่อย อาจจะเพิ่ม PSU ตามคำแนะนำของ NVIDIA ก็ได้

ทั้งนี้เรื่องหัวจ่ายไฟ 12-pin คงไม่ใช่ปัญหา เพราะผมคิดว่ามันน่าจะได้ใช้เฉพาะการ์ด Founders Edition หรืออาจจะมีโผล่มาในการ์ด Custom บางรุ่นเท่านั้น และส่วนใหญ่มักจะแถมหัวแปลงมาให้อยู่แล้ว หากจะให้เตรียมพร้อมจริง ๆ คือ คุณต้องแน่ใจว่า PSU มีสายจ่ายไฟแบบ 8+8 pin ว่างอยู่เพื่อใช้งานกับการ์ด RTX 3000 Series ครับ

 

เคสและเมนบอร์ด

งานนี้ใครใช้เคสใหญ่ ๆ คงจะไม่มีปัญหาสักเท่าไร แต่ถ้าคุณรู้สึกก้ำกึ่งว่าขนาดเคสมันเล็กไปหรือเปล่า ผมแนะนำว่าให้อัปเกรดไปเลยจะดีกว่า โดยเฉพาะหากต้องการอัปเกรดไปใช้ RTX 3090 ขนาดการ์ดรุ่น Founders Edition ยังมีความหนาและความใหญ่จนต้องตะลึง ยิ่งถ้านำมาทำเป็นการ์ดจอ Custom อาจจะใหญ่จนคับเคสไปเลย (อย่างเช่นการ์ดจอ GIGABYTE ที่กินพื้นที่ด้านหลังไปเต็ม ๆ 4 สล็อต)

ขนาดเคสที่แนะนำยืนพื้นคือ Mid Tower แต่อย่าลืมเช็คขนาดของการ์ดจอ และพื้นที่วางสำหรับจัดวางการ์ดจอด้วยนะครับ หรือหากอัปเกรดเป็น Full Tower ไปเลยก็ได้ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายใน

ส่วนขนาดของเมนบอร์ดอันนี้บอกเผื่อ ๆ ไว้ เพราะอย่างที่ผมยกตัวอย่างไว้แล้วว่า การ์ดจอ RTX 3090 มันมีขนาดใหญ่เบิ้มมาก กลัวว่ามันจะไปทับสล็อต PCIe อื่น ๆ หากเมนบอร์ดมีขนาดเล็กเกินไป ซึ่งคุณอาจจะลองหาดูรีวิวก่อนตัดสินใจอัปเกรดก็ได้ครับ

 

Bottleneck (คอขวด)

ได้ยินบ่อยเหลือเกินเรื่องคอขวด ผมขออธิบายสั้น ๆ ละกัน ถ้ามีอุปกรณ์ที่ต้องทำงานร่วมกัน ตัวนึงแรง ตัวนึงช้า ตัวที่ช้าจะลดประสิทธิภาพของตัวที่แรงกว่านั่นเอง ซึ่งในที่นี้ตัวแรงหมายถึงการ์ดจอ ตัวที่ช้ากว่าคือซีพียู หากซีพียูทำงานไม่ทัน ต่อให้การ์ดจอแรงขนาดไหนก็ได้เฟรมเรตไม่สูงเท่าไร

สำหรับซีพียูที่ผมอยากจะแนะนำคือ Ryzen 5 3600 ขึ้นไป หรือ Intel Core i5-10400 ขึ้นไป จะช่วยลดปัญหาคอขวดได้ครับ อ้อออ อัปเกรดแรมให้ได้บัสสูง ๆ สัก 16GB 3200MHz ขึ้นไปก็ดีเหมือนกันนะ อย่างน้อยเราอาจจะได้เฟรมเรตเพิ่มขึ้นมาอีกนิด

 

GPU Holder (ที่ค้ำการ์ดจอ)

สำหรับข้อนี้ผมขอเพิ่มไว้ในส่วนท้าย ต้องบอกว่าการ์ด RTX 3000 Series โดยเฉพาะ RTX 3080 และ RTX 3090 ขนาดเขาบิ๊กเบิ้มจริง ๆ ถ้าสล็อตบอร์ดไม่แข็งแรงพอ หรือใครกลัวการ์ดจอบินควรหาที่ค้ำการ์ดจอมาเสริมไว้ก็ดีเหมือนกันนะ ลอง DIY กันเองหรือหาซื้อได้ตามใจชอบเลย

ภาพจาก https://www.facebook.com/deepcoolglobal/posts/2870107403007513

เอาล่ะตามกำหนดการ NVIDIA จะเริ่มวางจำหน่าย RTX 3080 ในวันที่ 17 กันยายนนี้ และ 1 วันก่อนวันวางจำหน่ายก็จะเปิดให้นักรีวิวได้ทดสอบกันอย่างเต็มที่ ยังไงอย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Windows Central