Review: ASUS ROG STRIX FUSION 300 Virtual 7.1 เปิดกว้างในโลกของเสียง

0

Review: ASUS ROG STRIX FUSION 300 Virtual 7.1 เปิดกว้างในโลกของเสียง

 

สวัสดีเพื่อนๆชาว ExtremePC ครับทุกท่านกลับมาเจอกันแล้วในวันนี้ทางผมก็มีอุปกรณ์ที่เรียกว่าเอาไว้ใช้กับความบันเทิงหรือการเล่นเกมส์ โดยหูฟังที่ผมได้รับมานั้นจะเป็นเจ้า ASUS ROG STRIX FUSION 300 เป็นหูฟังอีกตัวทมีราคาพอประมาณเลยอยู่ที่ 4590 บาท โดยประมาณ แต่ความที่ราคาขนาดนี้แน่นอนว่ามันต้องมีความพิเศษคือหูฟังสามารถจำลองเสียงเป็นแบบ 7.1 ได้ด้วย ตรงนี้คือไม่ใช่เป็นหูฟังแบบ 7.1 แท้นะครับเป็นแบบจำลอง การฟังเสียงเล่นเกมส์นั้นจะเพิ่มความสมจริงให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่วนเสริมไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อสายแบบ USB หรือ 3.5 mm เพื่อเอาไปใช้งานกับอุปกรณ์อื่นได้ทุกรูปแบบ เอาเป้นว่าเดียวเราไปดูกันเลยครับ

สำหรับตัวแพ็คเกจนั้นรอบนี้ต้องบอกว่าเปลียนไปเลย ทำออกมาให้เป็น STRIX มากกว่าเดิมครับ ทางด้านหน้ามีบอกรุ่นเอาไว้และมีเขียนว่าหูฟังตัวนี้ทำออกมาเป็นแบบ 7.1 หูฟังเกมส์มิ่งครับ

ทางด้านหลังของตัวกล่องจะมีบอกรายละเอียดทั้งในส่วนของดอกลำโพงในตัวหูฟังที่มีขนาดใหญ่ถึง 50 mm เลยทีเดยวตรงนี้ทำให้ขับเสียงออกมาได้เป็นอย่างดีและ เรื่องของตัวครอบใบหูยางคนชอบหนังบางคนชอบกำมะหยี่ก็สามารถถอดเปลียนได้ทาง ASUS จัดให้และแสงสีสำหรับหูฟังตัวนี้มีมาให้เช่นกันแต่ต้องเป็นการเชื่อมต่อแบบ USB เท่านั้นถึงจะมีแสงไฟ

สำหรับอุปกรณ์ที่มีมาให้ภายในกล่องนั้นจะมีหูฟังหนึ่งตัว คู่มือการใช้งานต่างๆ สาย USB และสาย 3.5mm พร้อมทั้งตัวครอบหูฟังที่เอาไว้เปลียน โดยตัวครอบหูฟังนี้จะเป็นแบบกำมะหยี่ 1 ชุดและหนัง หนึ่งชุดครับ

สำหรับตัวหูฟังสามารถถอดสายออกได้ทั้งหมดแต่ไม่ใช่ว่าใช้งานแบบไรสายได้นะครับ โดยเวลาใช้งานกับคอมพิวเตอร์นั้นทาง ASUS แนะนำว่าให้ใช้งานเป็นสาย USB แต่ถ้าใช้งานกับเครื่องคอลโซลนั้นจะใช้งานเป็นแบบ 3.5 mm ครับ

โดยตัวหูฟังนั้นจะเป็นดอกลำโพงขนาด 50MM ครับ ส่วนนี้จะมีผ้าบางๆหนึ่งชั้นเพื่อเอาไว้กรองเสียงให้นุ่มขึ้นและใสมากขึ้นครับ

สำหรับทางด้านบนที่เอาไว้รองศีรษะนั้น ส่วนนี้ผมขอบอกเลยว่าส่วนตัวชอบมากกกกเป็นพิเศษจริงๆ เนื่องจากใช้งานเป็นแบบกำมะหยี่แล้วมีความนุ่มมากๆ ไม่ใหญ่จนน่าลำคาญ ทำให้ใส่แล้วสบายหัวสามารถใส่ได้นานไม่ปวดหัว

สำหรับระบบเสียงจำลองแบบ 7.1 นั้น เราสามารถปรั้บโหมดได้ตลอดเวลาว่าเราจะเปิดหรือจะตั้งปิดครับ โดยถ้าจะใช้งานก็ให้กดหนึ่งที ถ้าจะปิดก็ให้ทำการกดอีกหนึ่งรอบ

ทางด้านข้างนี้สามารถปรับเลือนขึ้นลงเพิ่มความยาวของหูฟังได้ทำให้เหมาะกับใบหน้าของคนทุกรูปแบบ

ทางด้านบนของหูฟังนั้นมีรายละเอียดเล็กเขียนเอาไว้ว่า REPUBLIC OF GAMERS  เพื่อบอกว่าเป็น ROG แท้ๆ


แน่นอนว่าขึ้นชื่อเป็นหูฟังค์เกมส์มิ่งแล้วเรื่องของระบบไมค์นั้นต้องมีมาให้แน่นอนเพราะไม่งั้นจะไม่สามารถคุยกับเพื่อนในเกมส์ได้ ตัวไมค์นั้นจะสามารถเลื่อนพับเก็บเอาไว้ทางด้านบนได้และก็มาในรูปแบบยางที่สามารถดัดไปในทิศทางใดก็ได้ทำให้ รับเสียงได้ตรงปากพอดีครับ

 

 

 

 

 

 

สำหรับในส่วนของการเชื่อมต่อนั้นอย่างที่ได้บอกไปว่าหูฟังสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งสายแบบ 3.5 mm และสาย USB ครับ โดยสาย USB นี้ต้องบอกว่าเป็นแบบ 2.0 ไม่จำเป็นต้องใส่ที่พอร์ต 3.0 แต่อย่างใด

สำหรับเรื่องของโทนเสียงนั้นต้องบอกว่า รอบนี้จะเน้นออกไปทางเสียงใสแหลมค่อนข้างชัดเจนมากๆครับ รายละเอียดของเสียงเก็บได้ค่อนข้างครบ เรื่องของเบสนั้นมีพอประมาณกลางๆ แต่จะเด่นไปทางแหล่มกับเสียงออกใสมากกว่า ถ้าใครกำลังหาหูฟังที่ได้ทั้งเล่นเกมส์และดูหนังนั้นคงชอบไม่น้อยครับ โดยเฉพาะการฟังเพลงแบบสบายๆ โทนเสียงตอบโจทย์มากๆทีเดียว โดยการทดสอบในวันนี้ผมใช้งานผ่านตัว USB ไม่ได้ต่อ 3.5 mm แต่อย่างใด ดังนั้นเสียงที่เพื่อนๆเอาไปลองฟังจะได้แนวเดียวกันอย่างแน่นอนครับเนื่องจากถ้าเป็นการเชื่อมต่อแบบ 3.5 mm นั้นจะต้องขึ้นอยู่กับซาวการ์ดภายในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ด้วยแต่ USB นั้นมีอยู่ภายในหูฟัง  โดยผมได้ทดลองใช้งานอยู่ 2 วันรู้สึกว่าตัวหูฟังค่อนข้างเบา แต่อาจจะบีบหัวมากไปนิดถ้าใช้งานนานๆอาจจะกำลังดีครับ  ก็ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจมาก  ในราคาประมาณ 4590 บาทครับ สำหรับวันนี้ทางผมก็คงต้องขอตัวลาไปก่อนแต่เพียงเท่านี้เอาไว้พบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีครับ 🙂