Review:ASUS PRIME X299-DELUXE จัดเต็มทุกฟังค์ชัน Overclock ไกลสุดขีดที่ 5.2 GHz แบบใช้งานได้จริง

0

Review:ASUS PRIME X299-DELUXE จัดเต็มทุกฟังค์ชัน Overclock ไกลสุดขีดที่ 5.2 GHz แบบใช้งานได้จริง

 

สวัสดีครับเพื่อนๆชาว ExtremePC หลังจากที่ทางผมได้ Live เรื่องของประสิทธิภาพของเจ้า Intel Core i7 7740X ไปแล้วเมื่อไม่กี่วันมานี้ เชื่อว่าเพื่อนๆน่าจะพอเข้าใจว่าความแรงต่อ MHz นั้นจะเทียบเท่าประมาณ Intel Core i7 7700k เลยก็ว่าได้ แต่ทว่าทาง Intel เหมือนกับเปลียนแผนการออก CPU ใหม่ทำให้เมนบอร์ดรุ่นบนๆอย่าง X299 ที่ใช้งาน socket 2066 นั้นได้มี CPU รุ่นล่างๆที่เป็นตระกูล kaby lake มาวางขายด้วยและได้มีตัว i5 พร้อมทั้ง i9 เพิ่มขึ้นมาในตระกูลบน เรียกว่าเป็นเสียงฮือฮาสำหรับคนที่ชื่อชอบประกอบคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าตังหนักกันเลยทีเดียวและครับ โดยเมนบอร์ดตัวแรกที่ทางผมประเดิมหรือได้จับเป็นตัวแรกนั้นก็คือ ASUS PRIME X299-DELUXE เรียกว่าเป็นรุ่นที่สูงที่สุดและแพงที่สุดที่ออกมาวางขาย ณ เวลานี้เลยครับ โดยราคาค่าตัวของมันอยู่ที่ 18900 บาทเลยทีเดียว เรียกว่าเริ่มน่าสนใจแล้วใช่มั้ยละครับว่าทำไมค่าตัวของมันถึงแพงขนาดนี้เดียวเราไปชมกันเลยดีกว่า

สำหรับตัวกล่องหรือแพ็คเกจนั้นต้องบอกว่ามีกล่องขนาดใหญ่มากๆเลยทีเดยว และหนักเอาการเนื่องจากเป็นรุ่นบนทาง ASUS ได้ใส่ของแถมมาภายในกล่องเยอะมากๆเลยทีเดียวครับ ทางด้านหน้ากล่องมีชื่อรุ่นบอกเอาไว้โดยตรงนี้ต้องดูดีๆเพราะทาง ASUS ได้ออกตัว PRIME มา 2 รุ่นด้วยกันเป็นตัว A กับตัว DELUXE ครับ

โดยเมนบอร์ดตัว DELUXE นั้นจะมีฟังค์ชันทีเรียกว่าจัดเต็มทุกระเบียบนิ้วเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการรองรับการเชื่อมต่อ SLI หรือ CROSSFIRE หรือเรื่องของระบบเสียงที่ใส่ตัว DTS มาด้วย เมนบอร์ดตัวนีก็ยังรองรับการใช้งาน 3D Printer และสุดท้ายจะเป็นเรื่องของความสวยงามรองรับ ASUS AURA SYNC ครับ

สำหรับทางด้านหลังกล่องจะมีเขียนรายละเอียดของเมนบอร์ดบอกเอาไว้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น รองรับ Intel Optane หรือตัว Intel VROC หรือจะเป็นการเสริมอย่างเช่นมีตัวต่อพัดลมเพิ่ม รองรับ Wi-Fi AC และยังมีตัว ThunderBoltEX 3 อีกด้วยครับถือว่าให้มาครบเหลือใช้งานเลย

มาดูของที่แถมกันให้ภายในกล่องดีกว่าบอกเลยว่าเยอะมากแบบอลังการและใช้งานได้จริงครับ โดยจะมีเสา Wi-Fi จำนวน 2 ตัว สายเชื่อต่อไฟ RGB เอาไว้สำหรับเซตแสงไฟ สาย Sata จำนวน 6 เส้น บริจ SLI มีทั้ง 3 Way และ 2 Way ฝาหลัง i/o เซนเซอร์วัดอุณหภูมิจำนวน 3 เส้น HUB ต่อ พัดลมเสริม  การ์ดPCI-e  ต่อ ThunderBoltEX 3

มาดูเจ้า ThunderBoltEX 3กันบ้างดีกว่าครับ โดยการ์ดนี้จะทำเอาไว้เสริมเสียบไปที่ช่อง PCI-E บนตัวเมนบอร์ดด้วยกัน

โดยจะมีช่อง USB 3.1 Type C  USB 3.1 Type A และสุดท้ายจะเป็นช่อง DisplayPort In ช่องนี้ที่อยู่บนการ์ด ThunderboltEX3 เอาไว้ต่อสายเข้ากับการ์ดจอเนื่องจากจอบางรุ่นมีพอร์ต Thunderbolt3 จะเอาไปต่อกับการ์ด ThunderboltEX3 ตรงๆจะไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากตัวการ์ดมันไม่สามารถประมวลผลเรื่องภาพ เลยต้องรับสัญญาณภาพผ่านช่อง DP in ที่ต่อมาจากการ์ดจออีกที

โดยการใช้งานนั้นก็ตามภาพเลยครับ

มาดูหน้าตาพระเอกของงานนี้กันดีกว่าครับผม โดยตัวเมนบอร์ดนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียวอุปกรณ์บนเมนบอร์ดเรียกได้ว่าแน่นเต็มทุกตารางนิ้วแทบไม่มีที่ให้หายใจกันเลย ตัวเมนบอร์ดออกแบบมาเป็นโทนสีขาวดำสวยงามครับ

โดย CPU ที่รองรับการใช้งานจะเป็น CPU ที่ใช้ Socket 2066 ทั้งหมดทุกรุ่น สามารถติดตั้งได้และรูยึดของชุดระบายความร้อนนั้นยังเป็นตำแหน่งเดิมที่ใช้งานกับ Socket 2011 สามารถใช้งานชุดระบายความร้อนที่วางขายตามท้องตลาดได้อยู่นั้นเอง เรียกว่าสบายใจได้เลย

สำหรับชุดภาคจ่ายไฟนั้นจะมีมาให้ทั้งหมด 8 เฟสด้วยกัน โดยส่วนตัวผมมองว่าน้อยไปนิดน่าจะให้มาสัก 10-12 เฟสเป็นอย่างต่ำเพราะว่าค่า TDP ของ CPU ตัวบนๆอย่าง i9 นั้น เรียกว่าสูงมากอาจจะทำให้ตรงนี้รับภาระหนักก็เป็นได้แต่ถ้าเขาทำออกมาแล้วก็แปลว่ามันต้องใช้งานได้ครับ

เรื่องของไฟเลี้ยง CPU นั้นต้องเสียบเพิ่มเติมแบบ 8 pin + 4 pin ตรงนี้เสียบแค่ 8 pin ก็สามารถใช้งานได้แต่ผมแนะนำว่าเสียบให้ครบจะดีกว่าเพื่อให้สามารถดึงไฟได้ดี

สำหรับการติดตั้งแรมนั้นจะมีซีกซ้ายและขวา ตรงนี้เดียวผมขออธิบายในภาพต่อไป ส่วนนี้จะเป็นซีกขวามี 4 แถว

ส่วนนี้จะเป็นซีกซ้ายมี 4 แถว โดยเมนบอร์ดรุ่นนี้รองรับการทำงานแรมแบบ dual channel และ quad channel ครับโดยถ้าใครซื้อ CPU ที่เป็นตัว kaby lake นั้นจะติดตั้งแรมเฉพาะฝั้งขวามือเท่านั้น ทำงานเป็นแบบ Dual chanel ไม่สามารถใส่แรมทางฝั้ง ซ้ายมือได้ ติดตั้งได้สูงสุดที่ 4 แถว แต่ถ้าใครใช้งาน CPU ที่เป็นตัว intel skylake x นั้นจะรองรับแรมแบบ quad Chanel  ติดตั้งได้สูงสุดที่ 8 แถวด้วยกัน

โดยทางด้านหลัง I/O นั้นจะมีฝาปิดเอาไว้ มีการสกรีชื่อรุ่น PRIME X299 SERIES เอาไว้สวยงาม

ตัวเมนบอร์ดนี้ต้องบอกว่ามีจุดพิเศษอีกที่หนึ่งคือมีจอ LED ตรงกลางเมนบอร์ดเอาไว้ด้วย จอนี้จะเป็นเทคโนโลยี่ใหม่ที่ทาง ASUS นั้นได้นำเสนอภายในงาน ComputeX เอาไว้ว่ามันจะช่วยให้ผู้ใช้งานทั่วๆไปทราบถึงปัญหาของคอมพิวเตอร์ได้ง่ายมากขึ้นเพราะจะแจ้งเป็นตัวหนังสือเลยทีเดียวครับ

อีกจุดหนึ่งคือชิพ PCH นั้นจะมีฮิตซิงค์ระบายความร้อนเอาไว้โดยตรงนี้จะมีน๊อตทั้งหมด 3 ตัว เวลาเราทำการขันออกมาจะเจอกับ สล๊อตที่เอาไว้เสียบ M.2 ภายใต้นี้ครับ โดยตรงจุนี้มีประโยชน์และใช้งานได้จริงโดยจะมีซิลิโคนแผ่นทางด้านใต้เพื่อให้สามารถดึงความร้อนจากตัว M.2 ระบายออกมาได้ครับ

เรื่องของการติดตั้ง HDD นั้นหลายๆคนอาจจะมองผิดหวังเล็กๆเนื่องจากเมนบอร์ดรุ่นบนและราคาแรงขนาดนี้กลับมีช่อง Sata มาให้จำนวน 6 ช่อง เท่านั้น แต่ยังดีที่เมนบอร์ดตัวนี้มีพอร์ต U.2 มาให้ใช้งานอีกหนึ่งช่องด้วยกันครับ

สำหรับสล๊อตของช่อง PCI-E นั้นจะมีมาให้ทั้งหมด 6 ช่องด้วยกันแบ่งเป็นช่อง PCI-E 16X จำนวน 4 ช่อง และ PCI-E 1X จำนวน 2 ช่องด้วยกัน เรียกว่าให้มาเยอะพอสมควรเลยทีเดียว โดยการติดตั้งการ์ดจอนั้นเมนบอร์ดตัวนี้จะโฟกัสที่ 3 Way ด้วยกันโดยจะให้เสียบใช้งานที่ช่อง PCI-E ที่มีการเสริมแผ่นเหล็กในตัวสล๊อตเพื่อให้เสริมความแข็งแรงและรับน้ำหนักการ์ดจอได้มากขึ้น

เรื่องของระบบเสียงนั้นทาง ASUS ได้ใส่เป็นตัว CRYSTAL SOUND มา โดยใช้งานเป็นตัว Capacitor แบบพรีเมียมที่เป็นสีทองเกรดเครื่องเสียง เพื่อให้เสียงที่ใส่และเคลีย

โดยชุดการคอลโทรลหรือปุ่มต่างๆที่เอาไว้ใช้งานเผื่อใครใช้งานเมนบอร์ดนอกเคสนั้นก๊มีให้ครบๆเลยทีเดียวโดยจะมีปุ่มเปิดปิดเครื่อง ปุ่ม Reset ไฟ Debug Code  ปุ่มเคลีย Cmos  ปุ่ม MemOK เอาไว้กู้ค่าแรมให้กลับมาบูธได้ อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือสวิตช์เปิดปิดโหมด XMP แค่สลับสวิตช์ตัวนี้ก็ไม่ต้องเข้าไปเซตค่าใน Bios จะใช้งานโหมดXMP ทันทีตามตัวแรมครับ

สำหรับช่องต่อทางด้านหลังนั้นก็มีมาให้แบบครบๆทั้งปุ่มเคลียใบออสหรือเอาไว้แฟรชแบค กู้ให้ใบออสกลับมาทำงานปกติ ช่องเสียบเสา Wi-Fi ช่องเสียบสาย Lan จำนวน 2 ช่องเหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้งานอินเตอร์เน็ตแบบโหลดข้อมูลหนักๆ USB 3.0 จำนวน 4 ช่อง USB 3.1 Type-A จำนวน 3 ช่อง USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง USB 2.0 จำนวน 4 ช่อง เรียกว่า ช่อง USB นั้นเยอะแบบเหลือใช้งานเลยทีเดียวครับ

ตรง PCH นั้นจะมีแสงไฟ RGB เช่นกันครับ เวลาเปิดใช้งานก็ได้ความสวยงามใส่คู่กัยแรม RGB นี้บอกเลยว่าสวยโคตรๆ

แถบสีทางด้านหลังตรงที่ส่วนเป็นกระจกนั้นพอเปิดใช้งานจะมีแสงไฟ RGB ส่องสว่างขึ้นมาด้วยสวยงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

CPU
INTEL Core i7 7740k 
CPU Cooler
CoolerMaster MASTERLIQUID PRO 280
Thermal Compound
CoolerMaster Master GEL MAKER NANO
Mainboard
ASUS X299 PRIME -DELUXE
Memory
G.SKILL TridentZ RGB Series 16GB 3200 MHz CL16
VGA Card
PowerColor Red Devil RX580 Goldsample 8 GB
SSD
OCZ VECTOR 180 480 GB
SSD
Plextor M8Pe 256 GB
HDD
WD Gold 8 TB
Power Supply
CoolerMaster MASTERWATT 600 LITE 80 Plus
Chassis
DimasTech Easy XL
OS
Windows 10 pro

 

สำหรับการตั้งค่าในวันนี้จะทำการ Overclock ไปที่ 5.2 GHz ตลอดการทดสอบ

บรรยากาศขณะทำการทดสอบ

สำหรับตัวจอ  LED ที่อยู่บนเมนบอร์ดนั้นเราสามารถเซตค่าไว้ดูต่างๆได้มากมาย โดยตัวอย่างที่ผมให้ดูก็จะเป็นโชว์ CPU ใช้ไฟเท่าไรกับอุณหภูมิของตัว CPU ครับ

Overclock For Fun

ส่งท้ายไปที่ 5.4 GHz จริงๆสามารถลากได้ถึง 5.5 GHz แต่เครื่องค้างสะก่อน

ก็จบไปแล้วสำหรับการทดสอบในวันนี้นะครับ ผมขอพูดถึงส่วน CPU กันก่อนเลย การลากไป 5.2 GHz นั้นเมนบอร์ดสามารถพาไปไหวสบายๆและทางผมได้ลองกดไปถึง 5.3-5.4 GHz มันก็สามารถไปถชึงได้แต่ไม่สามารถรันใช้งานได้เนื่องจากความร้อนของตัว CPU ที่ขึ้นสูงมากอาจจะเพราะ CPU ตัวนี้ที่ทางผมซื้อมายังไม่ได้ทำการผ่ากระดองเปลียนซิลิโคนก็เป็นได้ครับ โดยเมนบอร์ดตัวนี้ต้องบอกว่าผมพบกันเสียงจี้ๆบริเวณภาคจ่ายไฟถ้าใช้งานเป็นแบบ Auto เดิมๆแต่ถ้าทำการ Overclock แล้วกลับไม่มีเสียงส่วนนี้ไม่แน่ใจว่าเกิดจากตัวเมนบอร์ดหรือว่าตัว CPU เรื่องของการรองรับบัสแรมนั้นเมนบอร์ดตัวนี้การันตีเอาไว้ที่บัส 3600 MHz เท่านั้นนะครับ มากกว่านี้คือวัดดวงโดยหลังจากผมทำการเปลียนแรมแล้วลากเล่นๆจะ ได้บัสที่ 3866 MHz สูงกว่านี้ทางผมไม่สามารถทำการบูธได้แล้วไม่แน่ใจว่าถ้า Bios ตัวใหม่ๆมาจะสามารถเล่นได้หรือไม่นะครับ เรื่องของจอกลางเมนบอร์ดออกมาทำงานได้เป็นอย่างดี ทำให้เราดูค่าสถานะของตัวเครื่องได้สะดวกมากยิ่งขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเปิดโปรแกรมเสริมแต่อย่างใดครับ  เรื่องของราคาก็ลองเอาไปพิจารณากันดูว่าใช้งานคุ้มหรือไม่ครับ สำหรับวันนี้ทางผมก็ขอตัวลาไปก่อนแต่เพียงเท่านี้สวัสดีครับ

ราคา 18,900 บาท