รีวิว HUAWEI Watch GT 2 Pro สมาร์ทวอทช์ระดับพรีเมี่ยม วัสดุเกรดสูง พร้อมฟังก์ชั่นการออกกำลังกายมากกว่า 100 แบบ

0

HUAWEI Watch GT 2 Pro ถือว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ระดับพรีเมี่ยมในราคาไม่ถึงหมื่นบาทที่เลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมี่ยมมาให้ หน้าปัดเป็นกระจกแซฟไฟร์ พร้อมกรอบด้านข้างวัสดุไทเทเนียม ทำให้ตัวเครื่องมีความแข็งแกร่ง ทนทาน น้ำหนักเบา

ในด้านการออกกำลังกายก็มีมาให้ครบครัน โหมดการออกกำลังกายมีมากกว่า 100 โหมด ตัวเครื่องรองรับระบบ GPS ในด้านสุขภาพจะสามารถตรวจจับการเต้นของหัวใจให้ HUAWEI TruSeen 4.0+ ตรวจจับแบบเรียลไทม์ 24 ชม. /วัดค่าอ็อกซิเจนในเม็ดเลือด / ตรวจจับการหลับพักผ่อน ถึงจะมากับฟังก์ชั่นเยอะแยะขนาดนี้แต่แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนาน 14 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตัวเครื่องยังรองรับการชาร์จด่วนแบบไร้สาย ชาร์จเพียง 5 นาที สามารถใช้งานได้ต่ออีก 10 ชั่วโมง และพิเศษสุดคือรองรับการชาร์จแบบ Reverse Charging ได้อีกด้วยครับ

สำหรับค่าตัวของ HUAWEI Watch GT 2 Pro เพียง 9,990 บาท เดี๋ยวเราไปดูการใช้งานจริงพร้อมๆกันได้เลยครับ ตัวนี้รับประกันว่าหรูและน่าใช้งานมากจริงๆ

SPEC HUAWEI Watch GT 2 Pro

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล รองรับการทัชสกรีน
  • ชิป Kirin A1 + STL4R9
  • ชิปประมวลผล Kirin A1 + STL4R9
  • หน่วยความจำ ROM 4 GB
  • ระบบปฏิบัติการ Huawei Lite OS
  • รองรับการใช้งานผ่าน  Android 5.0 หรือ iOS 9.0 ขึ้นไป
  • ลำโพงและไมโครโฟนภายในตัว
  • รองรับ GPS
  • Bluetooth 5.1
  • มาตรฐานกันน้ำ 5ATM
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ 14 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รองรับการชาร์จไร้สาย
  • ขนาดตัวเครื่อง 46.7 x 46.7 x 11.4 มม. น้ำหนักประมาณ 21 กรัม
  • ราคา 9,990 บาท

แกะกล่องเช็คของ

อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดจะมีดังนี้

  • ตัวเรือน HUAWEI Watch GT 2 Pro พร้อมสายหนัง สี Nebula Gray
  • สายซิลิโคน เหมาะสำหรับการใส่ออกกำลังกายหรือว่ายน้ำ
  • แท่นชาร์จแบบไร้สาย Magnet Charging เป็นแบบแม่เหล็กดูดเข้านะครับสะดวกมาก
  • สายชาร์จแบบ USB-C
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกันสินค้า

วัสดุและการออกแบบดีไซน์

HUAWEI Watch GT 2 Pro มากับหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล รองรับการทัชสกรีนเต็มรูปแบบ การแสดงผลของหน้าจอสีสดใสสวยงามครับ ปรับความสว่างหน้าจอได้ 5 ระดับ

กระจกครอบทับวัสดุกระจกแซฟไฟร์ที่มีความแข็งแกร่งสูงมากๆ ทนรอยขูดขีดได้ 9 ระดับตามค่ามาตราฐานของ Mohs Scale น่าจะดีสุดในเรทราคาต่ำกว่าหมื่นในเวลานี้

ตัวเรือนวัสดุเป็นไทเทเนียมสี Nebula Gray มีความแข็งแกร่งทนทานและน้ำหนักเบา ด้านข้างจะมีปุ่มเม็ดมะยมมาให้ ให้ฟิลลิ่งเสมือนเราสวมใส่นาฬิกาทั่วไปครับ โดยปุ่มด้านบนจะสำหรับการเข้าเมนูหลักๆ ส่วนปุ่มด้านล่างสำหรับการเข้าโหมดออกกำลังกาย

ด้านหลังตัวเรือนวัสดุเป็นเซรามิก โดยจะเป็นตำแหน่งของเซ็นเซอร์ต่างๆ ตัว HUAWEI Watch GT 2 Pro ทั้งหมดดังนี้

  • Accelerometer sensor สำหรับวัดการเอียง โดยรุ่นนี้จะพิเศษคือตรวจจับการหกล้มมาให้
  • Gyroscope sensor ตรวจจับลักษณะการหมุน
  • Optical heart rate sensor วัดการเต้นของหัวใจ
  • Geomagnetic sensor
  • Air pressure sensor

สายขนาดมาตราฐาน 22L ถอดเปลี่ยนง่ายครับ

ขนาดตัวเรือน 46.7 x 46.7 x 11.4 มม. น้ำหนักประมาณ 21 กรัม (ไม่รวมสาย)

การใช้งาน

ก่อนการใช้งาน โหลดแอพ HUAWEI Health เข้ามาติดตั้งที่สมาร์ทโฟนของเราให้เรียบร้อยนะครับ และอย่าลืมลงทพเบียนการใช้งานด้วยนะ ใช้งานได้ทั้ง Android 5.0 หรือ iOS 9.0 ขึ้นไป

เมื่อติดตั้งและลงทะเบียนเสร็จ กดเข้าไปค้นหาหรือเชื่อมต่อภายในแอพ

ถ้ามีอัพเดทก็กดอัพเดทให้เรียบร้อยนะครับ เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น (ใช้เวลาอัพเดทซักระยะ)

เชื่อมต่อเสร็จเรียบร้อยก็จะได้เจอกับหน้าตาเมนูประมาณนี้ครับ บอกรายละเอียดของแบตเตอรี่ สามารถเข้าไปโหลดหน้าปัดเพิ่มได้ มีทั้งฟรีและเสียงตังคื รวมไปถึงเข้าไปดุสถิติการออกกำลังกาย การพักผ่อน รวมไปถึงข้อมูลด้านสุขภาพ

HUAWEI Watch GT 2 Pro มากับโหมดการออกกำลังกายทั้งหมดกว่า 100 โหมด แยกเป็นโหมดกีฬาต่างๆได้ 17 โหมดหลัก สามารถสวมใส่ว่ายน้ำได้ด้วยครับ ตัวเครื่องรองรับการกันน้ำมาตราฐาน

มีระบบ GPS ตรวจจับการออกกำลังกาย และพิเศษคือ Running Courses คอร์สสำหรับสอนฝึกวิ่งมาให้

สำหรับด้านตรวจสอบสุขภาพ ตัวเครื่องสามารถตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจ TruSeen 4.0+ แบบ 24 ชม. / ตรวจวัดค่าปริมาณออกซิเจนในเลือด / ตรวจการหลับพักผ่อน TruSleep 2.0 และยังสามารถตรวจวัดค่าความเครียดได้

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ใช้งานได้ 14 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รองรับการชาร์จไร้สายและรองรับการชาร์จแบบ Reverse Charging

สรุป

HUAWEI Watch GT 2 Pro สมาร์ทวอทช์ระดับพรีเมี่ยม รุ่นท็อปสุดของทาง HUAWEI ในเวลานี้ วัสดุและการออกแบบสวยงาม ฟังก์ชั่นการใช้งานใส่มาให้ครบครัน กับค่าตัวเพียง 9,990 บาท ถือว่าคุ้มมากครับ