รีวิว Mi 11 สมาร์ทโฟนระดับเรือธงตัวแรกในเมืองไทยที่มาพร้อมกับ Qualcomm Snapdragon 888 และกล้องหลังความละเอียดสูงถึง 108 ล้านพิกเซล

0

Mi 11 สมาร์ทโฟนระดับเรือธงตัวใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 888 รุ่นแรกในเมืองไทย รองรับการใช้งาน 5G ได้เลยตั้งแต่แกะกล่อง หน้าจอขนาด 6.81 นิ้ว ความละเอียด WQHD+ 1440 x 3200 พิกเซล อัตรา Refresh rate 120 Hz / Touch Sampling rate ที่ 480 Hz รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+

ด้านกล้องถ่ายภาพ กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และกล้องหลังความละเอียดสูงสุดที่ 108 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 8K ด้านระบบเสียงมาพร้อมกับลำโพงสเตอรีโอปรับแต่งจูนเสียงโดย Harman Kardon ใช้งานได้ยาวนานกับแบตเตอรี่ 4600mAh รองรับชาร์จไวที่ 55W

โดย Mi 11 มีให้เลือก 2 สี Midnight Gray และ Horizon Blue

สำหรับค่าตัวของ Mi 11 จะอยู่ที่

RAM 8 GB + ROM 128 GB ราคา 21,990 บาท (พรีออเดอร์บนช่องทางออนไลน์เท่านั้น) สามารถสั่งจองได้ที่

RAM 8 GB + ROM 256 GB ราคา 23,990 บาท สามารถสั่งจองได้ที่ AIS, Dtac, True, BaNANA, BKK, Kingkong Phone,Jaymart,TG FONE, Mi Stores และร้านค้าที่ร่วมรายการ

Mi 11 เปิดให้พรีออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 12 มีนาคม 2564 พร้อมรับฟรี ของสมนาคุณสุดพิเศษ Mi Smart Speaker มูลค่า 1,690 บาท และเซอร์ไพรส์สุดพิเศษสำหรับท่านที่พรีออเดอร์ 360 คนแรก  รับของสมนาคุณ “ชุด Smart Home จัดหนักจุใจใหญ่มากแบบ XXL พิเศษ Mi Smart Speaker มูลค่า 19,990 บาท”

ทั้งนี้ ลูกค้าที่ซื้อ Mi11 จากช่องทางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ของ Xiaomi และเปิดใช้งานเครื่องภายในประเทศไทย จะได้รับ การรับประกันตัวเครื่อง 24 เดือน และ การรับประกันคุ้มครองหน้าจอ 12 เดือน อีกด้วย (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mi.com/global/service/warranty)

Mi 11 จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 13 มีนาคม เป็นต้นไป ณ ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ร่วมรายการ

SPEC  Mi 11

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.81 นิ้ว ความละเอียด WQHD+ 1440 x 3200 พิกเซล อัตรา Refresh rate 120 Hz / Touch Sampling rate ที่ 480 Hz รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+
  • รองรับการใช้งาน 5G SA/NSA
  • ชิปประมวลผล CPU Qualcomm Snapdragon 888 5G
  • GPU Adreno 660
  • RAM LPDDR5 แบบ Quad Channel ขนาด 8 GB
  • ROM (UFS 3.1) ขนาด 128/256 GB
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย MIUI 12.5
  • กล้องหน้า ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ ความละเอียด 108+13+5 ล้านพิกเซล
  • ลำโพงสเตอรีโอ ปรับแต่งจูนเสียงโดย Harman Kardon
  • Wi-Fi 6 / Bluetooth 5.2 / NFC
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ / สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อค
  • แบตเตอรี่ 4600mAh รองรับชาร์จไวที่ 55W.
  • ราคา RAM 8 GB + ROM 128 GB ราคา 21,990 บาท และ RAM 8 GB + ROM 256 GB  ราคา 23,990 บาท

แกะกล่องเช็คของ

อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดจะมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Mi 11 พร้อมติดฟิล์,ป้องกันรอยหน้าจอมาให้เรียบร้อย
  • อแดปเตอร์ รองรับชาร์จเร็ว 55W
  • อแดปเตอร์ USB Type-C > หูฟัง 3.5 มม.
  • สาย USB Type-C
  • เคสใสซิลิโคน
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งาน

วัสดุและการออกแบบดีไซน์

Mi 11 มากับหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.81 นิ้ว ความละเอียด WQHD+ 1440 x 3200 พิกเซล (515PPI)อัตราส่วนหน้าจอ 20:9 อัตรา Refresh rate 120 Hz / Touch Sampling rate ที่ 480 Hz รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+Color gamut DCI-P3 100% (typ)10-bit color ค่าความสว่าง 1,500 nits หน้าจอแสดงผลได้สวยงามมากๆครับและมีความเที่ยงตรงของสีสูง ในส่วนของการแสดงผลของหน้าจอสามารถทำคะแนนจาก DisplayMate ในระดับ A+ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่จอมีคุณภาพสูงมากๆ

ในส่วนของการปรับตั้งค่าของหน้าจอ สามารถปรับโทนสีและอุณหภูมิสีได้อย่างอิสระ และยังมีระบบ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์การใช้งานของหน้าจอให้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานไปอีกระดับครับ จะมีทั้ง AI HDR และ AI Video และ MEMC จะช่วยเรื่องการเพิ่มเฟรมเรทอัตโนมัติเมื่อเรารับชมวิดีโอ ทำให้ภาพไหลลื่นดูสมูทขึ้น เรื่องของหน้าจอ Xiaomi จัดให้มาเต็มมากๆสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้

หน้าจอแบบ Quad-Curved Display หรือจอโค้งทั้งสี่ด้าน ความโค้งของหน้าจอน้อยครับไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการใช้งานมือเดียว และยังสามารถปรับพื้นที่ของขอบหน้าจอได้ป้องกันการแตะโดยไม่ตั้งใจ กระจกครอบทับแบบ Corning Gorilla Glass Victus ใหม่ล่าสุดที่มีความแข็งแรงทนทานสูง

ด้านหลังตัวเครื่องก็เป็น Quad-Curved Display เช่นกันครับ วัสดุฝาหลังแบบ Glass สีที่ผมทำรีวิวคือสี Midnight Gray ดูเรียบหรูทีเดียว ผิวสัมผัสดีมากๆ

ด้านหลังจะประกอบไปด้วย ชุดเลนส์กล้องหลัง 3 เลนส์และไฟแฟลชในพื้นที่เดียวกัน และมีโลโก้ของทางค่ายมาให้

ด้านล่างตัวเครื่องจะมี ช่องถาดซิมการ์ด / พอร์ต USB Type-C / ไมค์สนทนา และลำโพงตัวเครื่อง

ถาดซิมรองรับ nano-SIM ทั้งสองซิมนะครับ (ไม่รองรับ microSD Card)

ด้านขวาจะมีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม POWER

ด้านบนจะมี ลำโพง / ไมค์ตัดเสียงรบกวน และ อินฟราเรด

ด้านฝั่งซ้ายจะไม่มีอะไรครับ ปล่อยโล่ง

กรอบตัวเครื่องจะเป็นโลหะ ถ้าสังเกตุด้านบนจะมีตัวหนังสือ Sound by Harman Kardon มาให้ นั้นคือลำโพงแบบสเตอริโอถูกปรับจูนเสียงโดน Harman Kardon เสียงอาจไม่ดังสะใจวัยรุ่นนะครับ แต่มิติเสียงดีมาก และสามารถปรับจูนเสียงเพิ่มเติมเมื่อใช้งานผ่านหูฟัง

ขนาดตัวเครื่อง 164.3 × 74.6 × 8.06 มม. น้ำหนัก 196 กรัม เมื่อถือใช้งานเหมือนตัวเครื่องจะเบาๆเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะการออกแบบตัวเครื่องที่ช่วยให้ถือถนัดมือ เลยทำให้รู้สึกว่าตัวเครื่องมีความเบาเป็นพิเศษ

ระบบปฏิบัติการ

Mi 11 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย MIUI 12.5 เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด เน้นการใช้งานง่าย มีธีมไว้ให้เปลี่ยนใช้งาน

รองรับการใช้งานแอปคู่(โคลนแอป) / ล็อคการเข้าถึงแอป รวมไปถึงการเข้าถึงไฟล์ต่างๆ

ประสิทธิภาพการทำงาน

Mi 11 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นแรกในบ้านเราที่มาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวใหม่ล่าสุดของค่ายมังกรนั้นคือ CPU Qualcomm Snapdragon 888 ความเร็วสูงสุด 2.84GHz / GPU Adreno 660 เป็นชิปเรือธงตัวแรงในเวลานี้

และชิปตัวนี้ยังมาพร้อมกับ Snapdragon X60 5G integrated modem สามารถใช้งาน 5G ได้เลยตั้งแต่แกะกล่อง รองรับสัญญาณ SA/NSA

หน่วยความจำ

  • RAM LPDDR5 แบบ Quad Channel ขนาด 8 GB
  • ROM (UFS 3.1) ขนาด128 / 256GB (รุ่นที่ผมรีวิวคือ 256 GB)

สำหรับการเล่นเกมส์ จะมีฟังก์ชั่น Game Turbo มาให้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและช่วยเรื่องการแจ้งเตือนต่างๆ สามารถเล่นเกมส์ ROV ปรับสุดแบบลื่นๆ และเกมส์ PUBG สามารถปรับระดับ UltraHD ได้ด้วย

สำหรับการใช้งานมัลติมีเดีย ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ตัวนี้ตอบโจทย์ได้สูงสุดแล้วครับ สามารถชม Netflix ความละเอียด Full HD และรองรับ HDR10+ ด้วยครับรุ่นนี้

กล้องถ่ายรูป

กล้องหน้า ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/2.24 8μm pixel size, 1.6μm 4-in-1 Super Pixel มาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษ Selfie Night mode สำหรับการถ่ายเซลฟี่ในเวลากลางคืน และกล้องหน้ามี HDR มาให้เพื่อสำหรับการถ่ายเซลฟี่ย้อนแสง และยังสามารถปรับความฟรุ้งฟริ้งของใบหน้ารวมไปถึงมีฟิลเตอร์ต่างๆไว้ให้เลือกปรับใช้งานอีกด้วย

หน้าตาเมนูกล้องหน้า

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า โหมด AUTO

โหมดบุคคล ปรับหน้าชัดหลังละลาย

เลือกปรับเอฟเฟกต์ในโหมดกล้อง

เลือกปรับฟิลเตอร์จากกล้องหน้า

กล้องหลัง 3 เลนส์ แบ่งการทำงานได้ดังนี้

  • เลนส์หลัก ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล 1/1.33″ sensor size0.8μm pixel size, 1.6μm 4-in-1 Super Pixelf/1.85 OIS
  • เลนส์ ultra-wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล FOV 123°f/2.4
  • เลนส์ telemacro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.4AF (3cm-10cm)

โหมดการถ่ายภาพใส่ให้มาเยอะมากๆครับ หลักๆจะมี โหมดโปร /วิดีโอ/รูปถ่าย/ถ่ายบุคคล/โหมดกลางคืน

พิเศษสุดสำหรับรุ่นนี้จะสามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 8K ได้ด้วยครับ และมีฟังก์ชั่นการถ่าย VLOG มาให้เพื่อความสนุกและใช้งานง่าย

ตัวอย่างการถ่าย VLOG จากโหมดกล้อง มีให้เลือกปรับรูปแบบการถ่ายเยอะครับ

 

รูปถ่ายโหมดความละเอียดสูงสุด 108 ล้านพิกเซล

ภาพถ่ายโหมด ultra-wide

ภาพถ่ายโหมดบุคคล

ภาพถ่ายโดยปรับเอฟเฟกต์ภายในกล้อง

ภาพถ่ายโหมด AUTO

โหมดกลางคืน

สำหรับกล้องถ่ายรูปของ Mi 11 ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังให้คุณภาพที่ดีมากๆ ไฟล์สวย ถ่ายสนุกและมี AI เข้ามาช่วยสำหรับมือใหม่ ลุกเล่นต่างๆมีมาให้ใช้งานเยอะเลยครับ

แบตเตอรี่

MI 11 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ 4600mAh รองรับชาร์จไวที่ 55W.และรองรับการชาร์จไร้สาย 50W. จากที่ใช้งานมาถือว่าแบตอึดใช้ได้เลยครับ ผมเอาไปถ่ายรูปตอนไปเที่ยวกาญจนบุรีและใช้นำทาง GPS บ้างเป็นครั้งคราว สามารถใช้งานได้เช้าถึงเย็นสบายๆดูจากตัวเลขสเปคไม่น่าจะรอด แต่รอดมาได้ เป็นอีกหนึ่งเรือธงที่จัดการพลังงานได้ดีมากๆ

ภายในกล่องแถม Adapter 55W.มาให้พร้อมเรียบร้อยนะครับ ไม่ต้องหาซื้อเพิ่ม

สรุป

Mi 11 เหมาะสมกับคำว่า สมาร์ทโฟนระดับเรือธง สเปคทุกอย่างจัดเต็มมาก ชิปประมวลผลตัวแรงรุ่นใหม่ จอแสดงผลสวยงามคุณภาพสูง และกล้องถ่ายภาพสนุก กับค่าตัวเริ่มต้นเพียง 21,990 บาท ต้องบอกว่าคุ้มที่สุดแล้วครับ