รีวิว MSI Prestige 15 โน๊ตบุ๊คสาย Content Creator จอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD ชิปประมวลผล Intel Core i7-1185G7 + GTX 1650 Max-Q

0

MSI Prestige 15 (A11SCX-220TH) โน๊คบุ๊คที่ถูกออกแบบมาเพื่อสำหรับสายงานฝั่ง Content Creator มากับหน้าจอที่ใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD ให้ค่าสีที่เที่ยงตรง 100% AdobeRGB color gamut ชิปประมวลผลใหม่ล่าสุด 11 Gen. Intel Core i7 processor (i7-1185G7) พร้อมกับการ์ดจอแยก GeForce GTX 1650 Max-Q หน่วยความจำให้มามากถึง RAM 16 GB / SSD M.2 NVMe PCIe 1TB ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Windows 10 Home ทั้งหมดนี้กับค่าตัว 56,990 บาท รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี

SPEC MSI Prestige 15 (A11SCX-220TH)

  • หน้าจอแบบ IPS LCD ขนาด 15.6″, 3840×2160 (4K UHD), IPS, 60Hz, Adobe 100%
  • Processor Intel Core i7-1185G7 (3.0GHz up to 4.8GHz, 12MB Intel Smart Cache)
  • Graphics Intel Iris Xe Graphics + NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q (4GB GDDR6)
  • RAM 16GB (8GB x2) DDR4 3200MHz
  • SSD M.2 NVMe PCIe 1TB
  • Windows 10 Home
  • Web Camera IR HD type (30fps@720p)
  • Wireless 802.11ax
  • Thunderbolt 4
  • ราคา 56,990 บาท รับประกันตัวเครื่อง 2 ปี

แกะกล่องเช็คของ

อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดที่ให้มานะครับ (ของแถมเพิ่มเติมติดต่อหน้าร้าน)

  • ตัวเครื่อง MSI Prestige 15
  • ADAPTER ขนาด 90W
  • Prestige Bag
  • Prestige Wireless Mouse
  • คู่มือการใช้งาน

วัสดุและการออกแบบดีไซน์

MSI Prestige 15 มากับหน้าจอแบบ Thin Bazel Panel ที่ขอบจอด้านข้างมีความบางเป็นพิเศษ พาแนลจอแบบ IPS LCD ขนาด 15.6″ความละเอียด 3840×2160พิกเซล (4K UHD) พร้อมเทคโนโลยี True Pixel ที่ให้การแสดงผลดูสมจริงมากขึ้น หน้าจอผ่านการ Calibratc ค่าสีมาจากโรงงานแล้ว ค่าสีมาตรฐาน AdobeRGB 100% และได้รับมาตรฐานสี Delta E<2 สามารถปรับโหมดการแสดงได้หลากหลายตามรูปแบบการใช้งาน

เรื่องหน้าจอจัดเต็มจริงๆ ซึ่งก็ตรงตามคอนเซ็ปสายงานเลยครับเพราะรุ่นนี้ผลิตออกมาเพื่อรองรับสายงาน Content Creator นั้นเอง

เหนือขอบจอจะมีกล้อง Web Camera IR HD type (30fps@720p) พร้อมไมค์โครโฟนที่มี AI ช่วยตัดเสียงรบกวนด้านข้าง สามารถเข้าไปตั้งค่าการใช้งานได้ภายในอีกที

ฝาหลังดีไซน์เรียบง่าย ถ้าสังเกตุให้ดีได้เปลี่ยนโลโก้ใหม่เรียบร้อยแล้วครับ วัสดุฝาหลังรวมไปถึงรอบตัวเครื่องหลักๆคืออลูมิเนี่ยมผิวสัมผัสแบบด้านๆหน่อย ขอบด้านข้างมีตัดมุมแบบ Diamond cutting ช่วยลบเหลี่ยมและเพิ่มความสวยงาม

ด้านหลังจะมีช่องระบายอากาศและลำโพง ซ้าย-ขวา

รุ่นนี้ฝาใต้เครื่องแกะออกง่ายมากแทบไม่ต้องแงะอะไรเลย ไขน็อตออกพอและดึงขึ้นได้เลย ด้านในจะมีพัดลมระบายความร้อนสองตัว ฮีตไปป์ 3 เส้น โดยระบบระบายความร้อนแบบ CoolerBoots 3 พัดลมถ้าเปิด AUTO เสียงเงียบดีครับ แต่ถ้าหมุนเกิน 80% ต้องบอกเลยว่าเสียงเอาเรื่อง

ได้แกะฝาออกแล้วก็สำรวจเพิ่มเติมหน่อย จะสังเกตุได้ว่าช่องต่างๆใส่มาให้เต็มแล้วนะครับ ไม่สามารถเพิ่มเติมได้ นอกจากจะถอดของเก่าออกก่อนแล้วถึงจะเพิ่มขนาดความจุใหม่ลงได้ครับผม

ฝาหลังสามารถกางได้แบบ 180 องศา และมีฟังก์ชั่นพิเศษนั้นคือ Flip & Share นั้นเองครับ โดยจะเป็นการนำเสนอหน้าจอแบบสลับไปมา

สายงาน Content Creator จำเป็นที่จะต้องนำเครื่องออกไปทำงานหรือเสนอผลงานข้างนอกบ่อยๆ ขนาดตัวเครื่องและน้ำหนักถือว่าเป็นส่วนสำคัญหลักในการตัดสินใจซื้อโน๊ตบุ๊คไว้ใช้งานซักเครื่อง

MSI Prestige 15 มีขนาดตัวเครื่องที่บางและเบามากๆเมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอและสเปคที่ใส่เข้ามาให้ โดยขนาดตัวเครื่องที่ 35.68 x 23.37 x 1.69 ซม. น้ำหนัก 1.6 กิโลกรัม หมดกังวลเมื่อนำออกไปใช้งานนอกบ้าน และภายในกล่องยังแถมกระเป๋า Prestige Bag มาให้ด้วยครับ

พอร์ตการเชื่อมต่อ

พอร์ตการเชื่อมต่อที่ MSI Prestige 15 ที่ใส่มาให้ ด้านซ้ายจะมีช่อง Thunderbolt 4 ทั้งหมดสองช่อง ชาร์จไฟผ่านพอรืตนี้เลยนะครับ และรองรับการชาร์จแบบ PD charging ด้วยนะครับ / พอร์ต HDMI และช่องเสียบไมค์และหูฟังแบบ Combo Jack

ด้านขวาจะมี USB3.2 Gen2 ทั้งหมดสองช่อง และช่องอ่าน Micro SD

คีบอร์ดและทัชแพด

ด้วยขนาดพื้นที่หน้าจอ 15.6 นิ้ว ทำให้พื้นที่ส่วนคีบอร์ดเหลือพื้นที่เยอะ ทำให้ขนาดของแป้นพิมพ์รวมไปถึงระยะห่างอยู่ห่างกันพอสมควรครับ ฟิลลิ่งในการกดถือว่าดีอาจจะกดลงซักหน่อยเพราะระยะการกดที่ 1.5 มม. ปุ่มคีลัดยังมีมาให้ใช้งานปกติ และมีไฟ LED สีขาวมาให้ สามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ

สัดส่วนพื้นที่ของทัชแพดมีขนาดใหญ่แต่จะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า การทัชถือว่าติดนิ้วดีครับรองรับการทัชแบบมัลติทัช ตรงมุมด้านบนซ้ายจะมีตำแหน่งของเซ็นเซอร์สำหรับสแกนลายนิ้วมือมาให้ สามารถใช้งานร่วมกับ Windows Hello

ประสิทธิภาพการทำงาน

MSI Prestige 15 มากับชิปประมวลผใหม่ตัวแรง Intel Core i7-1185G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3.0 – 4.80 GHz และมีค่า TDP สูงสุด 28W ถือว่าแรงและประหยัดพลังงานมากๆ และชิปประมวลผล Intel Core i Gen 11 (Tiger Lake) จะเด่นเรื่องการทำงานผ่าน AI จะช่วยให้การทำงานผ่านซอฟแวย์ต่างๆรวมไปถึงโปรแกรมตระกูล Adobe ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การ์ดจอแบบการทำงานหลักๆสองตัว สำหรับการใช้งานทั่วไปจะใช้การ์ดจอแบบออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics แต่ถ้าแรนเดอร์งานหรือใช้ในโหมด 3D หนักๆจะเป็นหน้าที่ของ NVIDIA GeForce GTX 1650 Max-Q (4GB GDDR6)

หน่วยความจำ

  • RAM 16GB (8GB x2) DDR4 3200MHz
  • SSD M.2 NVMe PCIe 1TB ตัวที่ใส่เข้ามาให้ สามารถอ่านและเขียนข้อมูลความเร็วสูงมากๆ

ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานผ่านโปรแกรม

ตัวเครื่องมาพร้อมกับ Windows 10 Home แท้พร้อมใช้งาน และจะมีซอฟต์แวร์ MSI Center for Business & Productivity เข้ามาช่วยปรับตั้งค่าและดูการทำงานของตัวเครื่อง

แบตเตอรี่

สำหรับการใช้งานทั่วไปของ MSI Prestige 15 ระยะของแบตเตอรี่จะสามารถใช้งานได้ราวๆ 8 ชั่วโมงครับ ตัวเครื่องรองรับการชาร์จแบบ PD charging ก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น Adapter ที่แถมมามีขนาดจ่ายไฟ 90W แต่ขนาดตัวเครื่องก็ไม่ได้ใหญ่จนเกินไป พกพาง่ายเมื่อจำเป็นต้องนำเครื่องออกไปใช้งานข้างนอกเป็นเวลานานๆ

สรุป

MSI Prestige 15 กับค่าตัวที่ 56,990 บาท ก็ถือว่าหนักเหมือนกันครับ แต่ถ้าไล่ดูสเปคที่ให้มาแบบละเอียด ทุกๆจุดที่ให้มาถือว่าดีและมีคุณภาพมากๆ อย่างจอความละเอียดสูงแถมความเที่ยงตรงของสีที่ดีมากๆ ชิปประมวลผลตัวแรงสุดและในซีรี่ย์แถมการ์ดจอตัวแรง ได้ทั้งเรื่องงานและเล่นเกมช่วงเวลาคลายเหงาได้เลย หน่วยความจำที่สามารถอ่านและเขียนข้อมูลความเร็วสูง ทุกๆจุกที่ใส่มาให้คือดีมากๆ บอกเลยว่าเจ็บแต่จบครับ