[Review] PowerColor Red Devil Radeon RX 5700 XT การ์ดจอสุดคุ้ม เล่นเกมลื่น พร้อมเทคโนโลยีใหม่มากมาย

0

สวัสดีครับเพื่อนๆ นาน ๆ ทีผมจะได้การ์ดจอสักตัวมารีวิวเป็นบทความแบบเต็มที่ ซึ่งการ์ดจอที่ผมจะพาเพื่อน ๆ ไปดูในวันนี้ มาจากแบรนด์ที่เรารู้จักเป็นอย่างดี นั่นก็คือ PowerColor Red Devil Radeon RX 5700 XT ครับ

Introduction & Unboxing

Radeon RX 5700 XT เป็นการ์ดจอในสถาปัตยกรรมใหม่ “Navi” จาก AMD ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพในการประมวลผลด้านกราฟฟิก ที่ก้าวข้ามจากสถาปัตยกรรม Polaris และ Vega เดิม ทำให้เกมเมอร์สามารถเล่นเกมในประสิทธิภาพที่เหนือกว่าที่เคยมีมานั่นเอง

และด้วยการผสมผสานกับการออกแบบด้านฮาร์ดแวร์ของ PowerColor ทำให้ PowerColor Red Devil Radeon RX 5700 XT ตัวนี้ แสดงพลังของมันออกมาอย่างเต็มที่ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

เริ่มต้นด้วยภายในกันนะครับ back plate ของการ์ดจอรุ่นนี้ ทำมาจากโลหะที่มีความคงทนสูง และช่วยระบายความร้อนออกจากตัวการ์ดได้ดี มาพร้อมกับเฟส VRM Dr.MOS จำนวน 10 ตัว ที่จ่ายไฟได้เสถียร พร้อมด้วยตัวเก็บประจุโพลีเมอร์คุณภาพสูง ที่เก็บพลังงานได้กว่า 300W ดังนั้น การ Overclock หรือการใช้งานแรง ๆ แบบออโต้ จึงไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป

ทางด้านการระบายความร้อน การ์ดรุ่นนี้ มีฮีตไปป์มากถึง 5 เส้น ครอบทับด้วยฟินอะลูมิเนียมระบายความร้อน รวมถึงการใช้พัดลมแบบ Triple-fan จึงสามารถระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น โดยที่ตัวพัดลมนั้นจะมีตัวคั่นที่ส่วนแกนหมุนทั้งด้านบนและล่าง ทำให้อายุการใช้งานของพัดลมยืนยาวกว่ารุ่นผ่าน ๆ มาถึง 4 เท่าเลยทีเดียว

นอกจากนี้ พัดลมของ PowerColor ยังมีเทคโนโลยี MuteFan ที่จะทำงานก็ต่อเมื่ออุณหภูมิการ์ดจอสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส เพื่อลดปริมาณการทำงานของพัดลมโดยไม่จำเป็น และยังช่วยให้บรรยากาศเงียบมากขึ้น เมื่อไม่ได้เล่นเกมครับ

มาดูที่ตัวการ์ดจอรอบด้านกันนะครับ PowerColor Red Devil Radeon RX 5700 XT มีขนาด 300 mm x 132 mm x 53 mm ถือว่าเป็นขนาดมาตรฐานของการ์ดจอ Triple-fan ทั้งนี้ บอร์ดใครไม่แข็งแรงหรือมีขนาดเล็ก แนะนำให้หาที่ค้ำการ์ดจอด้วยก็จะดีครับ

ทางด้านกรอบนอก การ์ดจอรุ่นนี้มาพร้อมไฟ RGB ที่บริเวณขอบต่าง ๆ ของการ์ดจอ รวมถึงตำแหน่งโลโก้ Red Devil เพิ่มความเท่แบบร้อนแรง ด้วยสีแดงของไฟ RGB ครับ ในส่วนภาคจ่ายไฟ จะเชื่อมต่อด้วยสาย 2x 8-pin ครับ

พอร์ตการเชื่อมต่อของการ์ดจอด้านหลังนั้น เป็นพอร์ต HDMI 1 พอร์ต และ DisplayPort อีก 3 พอร์ตครับ ไฮไลท์มันอยู่ที่พอร์ตทุกตัว จะมีไฟส่องสว่างสีแดง เพื่อให้เราสามารถมองเห็นตำแหน่งพอร์ตได้ชัดเจนครับ (แถมยังช่วยเสริมความสวยงามของการ์ดได้อีกด้วย)

ยังไม่หมดเท่านี้นะครับ ถ้าสังเกตดี ๆ ที่ด้านบนถัดจากภาคจ่ายไฟ จะมีสวิตช์ที่ใช้ในการสับไบออสการ์ดจอ เพื่อเลือกการทำงานระหว่าง Silent BIOS ให้การ์ดจอทำงานเงียบ เน้นประหยัดพลังงาน และ OC BIOS เพื่อเร่งการทำงานของการ์ดจอ ให้เล่นเกมได้แบบแรง ๆ ครับ

พูดถึงการ์ดจอกันมาเยอะเลย เรามาดูที่กล่องและของแถมกันสักหน่อยนะครับ เพราะงานนี้ทาง PowerColor ให้ของแถมชั้นดีสำหรับเหล่าเกมเมอร์เลย นั่นคือ Mouse Pad RGB เมื่อเสียบสาย USB จาก Hub RGB แล้ว เราก็จะได้แผ่นรองเมาส์พร้อมไฟวิบวับไปใช้กันแบบฟรี ๆ ครับ (สำหรับการ์ดรุ่น Limited edition เท่านั้น)

ส่วนอื่น ๆ จะเป็นคู่มือการใช้งาน, คู่มือติดตั้ง, สติ๊กเกอร์ Red Devil, ใบรับประกัน และแผ่นไดรเวอร์ ในส่วนไดรเวอร์นั้น ผมแนะนำให้ดาวน์โหลดจาก www.amd.com ดีกว่านะครับ เพื่อให้เราได้รับฟีเจอร์ที่อัปเดตใหม่ล่าสุด

 

Performance testing

ก่อนทดสอบทุกครั้ง เรามาเช็คสเปคการ์ดจอกันหน่อยนะครับ

Graphics EngineAXRX 5700 XT 8GBD6-3DHE/OC
Video Memory8GB GDDR6
Stream Processor2560 units
Engine Clock1905MHz (Game) /up to 1770MHz (Base) / up to 2010MHz (Boost)
Memory Clock14.0 Gbps
Memory Interface256-bit
DirectX® Support12
Bus StandardPCIE 4.0

 

Synthetic benchmark

Time Spy

Time Spy Extreme

Fire Strike

Fire Strike Ultra

เอาล่ะ เริ่มต้นกันที่ผลทดสอบแบบ Synthetic กันก่อน (ไม่ใช่ Real world นะจ๊ะ) จะเห็นได้ว่าการ์ดตัวนี้ สามารถทำคะแนนได้ดีพอสมควร ก้าวข้ามคะแนนของ Vega 64 แบบทิ้งห่าง ส่วนคะแนนกราฟฟิกก็น้อง ๆ Radeon VII เลยล่ะ

Gaming benchmark

เข้าสู่ Real World กันบ้าง กับการทดสอบประสิทธิภาพในการเล่นเกม บนความละเอียดยอดนิยม 1920×1080 (Full HD) และปรับกราฟฟิกเกมเป็นแบบ Ultra โดยตัวการ์ดจอจะปล่อยให้ทำงานแบบออโต้เลยครับ

PUBG

 

Call of Duty: Black Ops 4

 

Battlefield V (DX12)

จะเห็นว่า 2 เกมแรก วิ่ง 140 FPS ขึ้นไปหมด ส่วน Battlefield V ก็วิ่งแตะ 120 FPS ดังนั้น ใครจะซื้อจอ FreeSync 144 Hz มาเล่นเกมล่ะก็บอกเลยว่าคุ้มครับ แถมความร้อนก็ไม่ได้สูงมาก อยู่ประมาณ 60 องศาปลาย ๆ ถือว่าทำได้ดีทีเดียว

 

Gaming Feature

ส่วนนี้ผมเสริมให้นะครับ สำหรับใครที่กำลังคิดหนักว่าจะซื้อการ์ดจอค่ายแดงดีหรือไม่ เรามาดูฟีเจอร์ที่เหล่าเกมเมอร์ไม่ควรพลาด และคิดว่าน่าจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นครับ

AMD Anti-Lag

เป็นฟีเจอร์ที่อยู่ใน Radeon Software (Driver) ช่วยลดการตอบสนองช้าในการคลิกเมาส์ โดยเฉพาะในเกม MOBA, Battle Royal, FPS ที่ต้องอาศัยความรวดเร็วในการคลิก การลากเมาส์ ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้เกมตอบสนองต่อการคลิกเมาส์อย่างสัมพันธ์กันมากขึ้น คราวนี้ไม่มียิงพลาดแน่นอนครับ

 

AMD Radeon Image Sharpening

Radeon Image Sharpening (RIS) เป็นการประมวลผลด้วยซอฟต์แวร์ ที่ช่วยให้ภาพในเกมมีความคมชัดมากขึ้น (เหมือนเป็นฟีเจอร์ช่วยปรับ Sharpening ของภาพในเกม) ในเกมที่มีการเพิ่มสเกลของภาพ เช่น จาก Full HD เป็น 4K มักพบว่าภาพจะมีความมัว ฟีเจอร์นี้จะทำให้ภาพในเกมคมชัดขึ้น เหมือนกับสเกลเริ่มต้น ในขณะที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการเล่นเกมมากนัก

 

FidelityFX

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เข้ามาช่วยเสริมให้คอนทราสต์ในเกมมีความโดดเด่นมากขึ้น บางคนอาจจะเคยประสบพบเจอกับกราฟฟิกในเกมที่ภาพดูหม่น ๆ ไม่สวยงาม เมื่อใช้ FidelityFX แล้ว ภาพในเกมจะดูสดใส แสงสีดูสวยงามมากขึ้น เมื่อประกอบกับ RIS แล้ว จะได้กราฟฟิกที่สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

ก่อนเปิด FidelityFX

หลังเปิด FidelityFX

 

สรุป…

เอาล่ะพูดกันมาเยอะแล้ว เรามาดูบทสรุปกันเลยนะครับ จากผลทดสอบที่ผ่านมา รวมถึงความรู้สึกในการเล่นเกม ผมคิดว่าการ์ดตัวนี้ เป็นการ์ดจอระดับกลาง (ค่อนสูง) ที่ให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมอย่างดี ในราคาที่เอื้อมถึง แถมยังมีฟีเจอร์น่าสนใจของ AMD มาให้ด้วย เรียกว่าคุ้มเกินคุ้ม แถมในอนาคตเชื่อว่าไดรเวอร์จะช่วยดันประสิทธิภาพของการ์ดจอให้แรงยิ่งขึ้นด้วย

ราคาของ PowerColor Red Devil Radeon RX 5700 XT รุ่นทั่วไปจะอยู่ที่ 14,900 บาท ส่วนรุ่น Limited edition ที่แถมแผ่นรองเมาส์ RGB จะอยู่ที่ 16,900 บาท รับประกันทั้งสิ้น 3 ปีเต็มครับ