[Review] Transcend ESD240C – External SSD สุดคุ้มค่า เข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา

0

SSD นับว่าเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้วในปัจจุบันนะครับ ด้วยประสิทธิภาพในการอ่าน-เขียนที่รวดเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์จานหมุน ทำให้ SSD ก้าวเข้ามาเป็นหน่วยความจำที่ใน External Drive ที่นิยมมากขึ้น

และวันนี้ผมมี External SSD ตัวแรง จากแบรนด์ที่หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดี นั่นก็คือ Transcend ESD240C Portable SSD ที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถพกพาได้อย่างสะดวก และนำไปใช้ในการสำรองหรือถ่ายโอนข้อมูลร่วมกับอุปกรณ์ได้หลากหลายเลยทีเดียว

Unboxing and Features

Transcend ESD240C จะมีการออกแบบตัวกรอบภายนอกด้วยอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา มีการขัดผิวมันพร้อมด้วยขัดเงาที่ขอบบนล่าง ให้ความหรูหราพรีเมี่ยม อีกทั้งส่วนประกอบด้านในยังสามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ตัว External SSD มีความทนทาน หมดห่วงเรื่องการสูญหายของข้อมูลจากแรงกระแทก และขนาดของมันยังเล็กพอ ๆ กับรีโมตคอนโซลรถยนต์ นับว่าเล็กจนสามารถใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงได้เลยครับ

SSD ภายใน จะเป็นแบบ SATA ความจุสูงสุดที่ 480 GB ส่วนรุ่นที่ผมนำมารีวิวจะเป็นรุ่นความจุ 240 GB ให้ความเร็วในการอ่านเขียนอยู่ที่ 520/460 MB/s ตามลำดับ แม้ว่าจะไม่รวดเร็วเท่า NVMe SSD แต่เท่านี้ก็เพียงพอที่จะช่วยให้คุณสามารถรับส่งไฟล์ได้อย่างรวดเร็วพอสมควรเลยครับ ไฟล์รูปภาพความละเอียดสูง, ไฟล์วิดีโอ 4K และไฟล์มีเดียอื่น ๆ หมดห่วงได้เลย SSD ตัวนี้ไหวแน่นอน

External SSD ตัวนี้ สามารถเชื่อมต่อและส่งผ่านข้อมูลร่วมกับอุปกรณ์ได้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน ที่รองรับ USB OTG, เครื่องเล่นเกมคอนโซล หรือจะนำมาใช้เก็บข้อมูลจากเครื่อง PC ก็ได้เช่นกัน โดยพอร์ตที่ตัว External SSD จะเป็น USB Type-C บนอินเตอร์เฟส USB 3.1 Gen 2 ให้ความเร็วอยู่ที่ 10 Gbps หรือ 1250 MB/s นอกจากนี้ ในกล่องยังแถมสาย USB Type-C และ USB Type-C to Type-A มาให้ด้วย ไม่ต้องหาซื้อสายเพิ่ม สะดวกมาก ๆ เลยครับ

ใครที่จะใช้รับส่งไฟล์จากสมาร์ทโฟนนะครับ อย่าลืมเช็คการรองรับฟังก์ชัน USB OTG ด้วยนะครับ และเจ้า Transcend ESD240C จะใช้ฟอร์แมต exFAT หากใครจะใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่มองเห็นแค่ FAT32 ก็อย่าลืมฟอร์แมต SSD ก่อนใช้งานนะครับ

และเพื่อให้การรับส่งข้อมูลเป็นไปอย่างราบลื่น Transcend จึงได้ออกซอฟต์แวร์ Transcend Elite สำหรับ PC/Mac และ Android ให้คุณสามารถจัดการข้อมูลได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแบ็คอัป, เข้ารหัสไฟล์, ล็อกดิสก์ หรือซิงโคนไนซ์ไฟล์ สามารถทำผ่านซอฟต์แวร์นี้ได้เลย

Testing

เอาล่ะผมอธิบายคุณสมบัติของมันเสียยาวเหยียด เรามาดูสเปคโดยรวมกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นจะไปทดสอบประสิทธิภาพของ External SSD ตัวนี้กันครับ

Appearance
Dimensions81.4 mm x 33.6 mm x 7.5 mm (3.21″ x 1.32″ x 0.30″)
Weight33 g (1.16 oz)
Color
  • Silver
Interface
USB Type
  • USB Type C to USB Type A/
  • USB Type C to USB Type C
Connection Interface
  • USB 3.1 Gen 2
Storage
Flash Type
  • 3D NAND flash
Capacity
  • 120 GB/
  • 240 GB/
  • 480 GB
Operating Environment
Operating Temperature0°C (32°F) ~ 60°C (140°F)
Operating Voltage
  • 5V
Note
  • Due to the product’s high-speed property, elevated temperatures during data transmission may be observed. This does not affect SSD functionality.
Performance
Read Speed (Max.)520 MB/s
Write Speed (Max.)460 MB/s
Note
  • Speed may vary due to host hardware, software, usage, and storage capacity.
Warranty
Certificate
  • CE/
  • FCC/
  • BSMI
Warranty
  • Three-year Limited Warranty
System Requirement
Operating System
  • Microsoft Windows 7
  • Microsoft Windows 8
  • Microsoft Windows 10
  • Mac OS X 10.0 or later

 

AIDA64

 

AS SSD

 

CrystalDiskMark

จากด้านบนเราจะเห็นได้ว่า ในโปรแกรม AIDA64 และ AS SSD นั้น จะให้ความเร็วในการอ่านเขียนที่ใกล้เคียงกับสเปคตามที่มีการระบุไว้ตามตารางด้านบน ส่วนใน CrystalDiskMark อาจจะได้คะแนนต่ำลงมาหน่อย เพราะโปรแกรมนี้ จะทำการอ่านเขียนไฟล์ที่ไม่มีการบีบอัด (ซึ่งชิปคอนโทรลเลอร์ของ SandForce จะเก่งในเรื่องนี้) ส่วน AS SSD และ AIDA64 จะอ่านเขียนไฟล์ที่บีบอัดแล้ว (ซึ่งพบในชิปคอนโทรลเลอร์ส่วนใหญ่) หากถามว่ามีผลต่อการใช้งานไหม ผมตอบได้เลยว่าไม่มีปัญหาครับ ยังไงก็เร็วพอ ๆ กับสเปคที่กล่าวไว้แน่นอน

 

สรุป…

ด้วยความที่เป็น SATA SSD ความเร็วในการอ่านเขียนประมาณ 500 MB/s นั้น ถือว่าเหมาะสมแล้วนะครับ อย่างน้อยก็รวดเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ธรรมดาแน่นอน ดังนั้น ขอฝาก External SSD จาก Trancend รุ่นนี้ ไว้เป็นตัวเลือกอีกหนึ่งชิ้น สำหรับใครที่ต้องการอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่รวดเร็ว ทนทาน เชื่อมต่อด้วยสาย USB Type-C มาตรฐานใหม่ในปัจจุบัน และพิเศษสุด รับประกันการใช้งานถึง 3 ปี ในราคา 1,990 บาท (240 GB) และ 3,190 บาท (480 GB)  จาก Lazada ครับ