รีวิว vivo X70 Pro 5G สัมผัสอีกขั้นของการถ่ายภาพระดับมืออาชีพกับเทคโนโลยี ZEISS T* พร้อมกับระบบกันสั่น Gimbal Stabilization 3.0

0

เปิดตัวอย่างงเป็นทางการแล้วสำหรับ vivo X70 Pro 5G โดยรุ่นนี้ยังชูจุดเด่นเรื่องการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ มาพร้อมกับเทคโนโลยี ZEISS T* ช่วยให้ภาพคมชัด สีสันสดใส และช่วยลดแสง Stray light และแสง Ghosting เมื่อถ่ายเวลากลางคืน และสำหรับรุ่นนี้ได้พัฒนาระบบกันสั่นใหม่เป็น Gimbal Stabilization 3.0 แกนสั่นแบบ 5 แกน กล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียดสูงสุด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX766V โดยเลนส์หลักจะมีระบบกันสั่น OIS (Gimbal Stabilization 3.0) มีเลนส์ Periscope(telephoto) มาให้ที่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล สามารถซูมแบบ optical ได้ที่ 5x โดยที่ไม่เสียรายละเอียดของงภาพ และซูมแบบดิจิตอลสูงสุด 60x พร้อมกับเลนส์ ultra-wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และเลนส์ Portrait ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เฉพาะกล้องหลังถือว่าจัดเต็มมากๆครับ / กล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

vivo X70 Pro 5G มาพร้อมกับชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 1200 หน่วยความจำ RAM 12 GB / ROM UFS 3.1 ที่ 256 GB หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตรา refresh rate 120Hz รองรับการแสดงผล HDR10+ ให้แบตเตอรี่มาที่ 4,450 mAh รองรับชาร์จเร็ว 44W

SPEC vivo X70 Pro 5G

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2376×1080 พิกเซล (Refresh Rate 120Hz) รองรับ HDR10+
  • ชิปประมวลผล CPU Mediatek Dimensity 1200 แบบ Octa Core ความเร็วสูงสุด 2.8 GHz
  • GPU Mali-G77 MC9MC4
  • RAM LPDDR4x ขนาด 12 GB
  • ROM UFS3.1 ขนาด 256 GB
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 12
  • กล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียด 50+12+12+8 ล้านพิกเซล
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้จอ / ระบบสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อค
  • WiFi 802.11 a/b/g/n/ac/6
  • NFC
  • Bluetooth 5.2
  • แบตเตอรี่ 4,450 mAh รองรับชาร์จเร็ว 44W
  • วางจำหน่าย 2 สี Aurora Dawn และ Cosmic Black ราคา 27,999 บาท

*** เวอร์ชั่น Funtouch OS 12 ที่ผมรีวิวคือ 1.16.22

แกะกล่องเช็คของ

อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดจะมีดังนี้

  1. ตัวเครื่องพร้อมติดฟิมล์หน้าจอมาให้เรียบร้อย
  2. หูฟังแบบ 3.5mm
  3. หัวแปลงหูฟัง Type-C
  4. Adapter ขนาด 44W
  5. สาย USB Type-C
  6. เคสซิลิโคนใส
  7. เข็มจิ้มถาดซิม
  8. คู่มือพร้อมใบรับประกัน

 

วัสดุและการออกแบบดีไซน์

vivo X70 Pro 5G มากับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2376×1080 พิกเซล  รองรับ HDR10+ หน้าจอยังได้รับการรับรอง SGS Eye Care Display certification และ GSG Seamless เป็นค่าวัดความมาตราฐานของจอ SAMSUNG OLED นะครับ โดยรุ่นนี้ผ่านการทดสอบแล้วว่าชัดเจนและป้องกันแสงสีฟ้าที่ได้มาตราฐาน

vivo X70 Pro 5G ถือว่าให้หน้าจอมาดีทีเดียว สีสันสดใส ดูสบายตา เหมาะสำหรับการรับชมคอนเท็นต่างๆ รวมไปถึงการเล่นเกม

ขอบจอแบบโค้ง 3D อัตราส่วน 19.8:9 อัตรา Refresh Rate 120Hz / Sample Rate 240Hz สามารถปรับอัตรา Refresh Rate ได้ มีโหมดถนอมสายตามาให้ หน้าจอยังรองงรับระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอด้วยนะครับ(In-Display Fingerprint Scanning)

ด้านล่างตัวเครื่องจะมี ช่องถาดซิมการ์ด รองรับ2ซิม Dual SIM (ไม่รองรับ microSD Card) / ไมค์สนทนา / พอร์ต USB Type-C และลำโพงงตัวเครื่อง

ด้านขวาจะมีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม power

ด้านบนจะมีไมค์ตัดเสียงรบกวนมาให้พร้อมกับตัวหนังสือสลักไว้ว่า PROFESSIONAL PHOTOGRAPHY

ฝั่งซ้ายจะไมีมีอะไร ปล่อยโล่งๆ

ฝาหลังเน้นความโค้งมนของขอบด้านข้าง สีที่ผมรีวิวคือสี Aurora Dawn ได้แรงบันดารใจจากแสงขั้วโลกเหนือ ฝาหลังใช้เทคโนโลยีการเคลือบผิวโทรศัพท์มือถือด้วย Fluorite AG สีสวยดีครับแถมลดรอยนิ้มมือเกาะตัวเครื่องได้ดีมากๆ โดยแยกชุดครอบเลนสืกล้องออกเป็นสองแถวอย่างชัดเจน  โดยทาง vivo เรียกว่า Cloud Valley Design

Sleek Design ที่เน้นความบางและเบาเป็นพิเศษ โดยมีขนาดตัวเครื่องที่ 158.3 × 73.21 × 7.99 มม.
น้ำหนัก 183 กรัม ถือว่าบางงและเบามากๆครับ (เมื่อถือใช้งาน)

ระบบปฏิบัติการ

vivo X70 Pro 5G มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 12 เมนูและ UI เน้นใช้งานง่ายดูสบายตา รองรับการใช้แอพคู่ และยังมีผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Jovi มาให้เช่นเดิม

สิ่งที่ประทับใจคือ การแจ้งเตือนต่างๆ มีการแจ้งเตือนดีขึ้น มีแจ้งเตือนทั้งเสียงงและเลขที่ไอคอนแอพนั้นๆ

ประสิทธิภาพการทำงาน

vivo X70 Pro 5G เลือกใช้ชิปประมวลผล CPU Mediatek Dimensity 1200 แบบ Octa Core ความเร็วสูงสุด 2.8 GHz / GPU Mali-G77 MC9MC4 ถือว่าตัวท็อปสุดของทาง MTK แล้วครับ ภาพรวมของการใช้งานถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว จัดการพลังงานได้ดีเยี่ยม ขณะใช้งานติดต่อกันยาวๆมีร้อนบ้างบางจังหว่ะ

หน่วยความจำ RAM 12 GB พร้อมฟังก์ชั่น Extended RAM 2.0 ทำให้มีพื้นที่มากขึ้นเป็น 12+4 GB / ROM UFS 3.1 ที่ขนาด 256 GB ถือว่าอ่านและเขียนที่ความเร็วสูงมาก

สำหรับการเล่นเกม จะมีโหมดอัลตราเกมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมไปถึงการแจ้งเตือนต่างๆ และมีระบบสั่นแบบ 4D เข้ามาเพิ่มอรรรถในการเล่นเกม หรือสามารถเปลี่ยนเสียงคนเล่นได้

กล้องถ่ายภาพ

กล้องงหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง F2.45 มีโหมดบิวตี้มาให้ สามารถปรับความสวยของใบหน้าได้ สามารถถ่ายหน้าชัดหลังละลายได้เช่นกันครับ มีฟิลเตอร์ต่างๆให้เลือกปรับใช้งาน

หน้าตาเมนูกล้องหน้า

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า vivo X70 Pro 5G

กล้องหลัง 4 เลนส์ แบ่งการทำงานได้ดังนี้

  • เลนส์หลัก ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.75 เซ็นเซอร์ Sony IMX766V พร้อมระบบกันสั่น OIS (Gimbal Stabilization 3.0)
  • เลนส์ Portrait ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.98
  • เลนส์ ultra-wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.2
  • เลนส์ Periscope(telephoto) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/3.4 สามารถซูมแบบ optical ได้ที่ 5x

จุดเด่นของ vivo X70 Pro 5G ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ZEISS T* ช่วยให้ภาพคมชัด สีสันสดใส และช่วยลดแสง Stray light และแสง Ghosting เมื่อถ่ายเวลากลางคืน

ตัวอย่างภาพถ่าย โหมด AUTO / Zoom 2x / Zoom 5x ถือว่าให้รายละเอียดดีมากๆทุกระยะเลยครับ

โหมดถ่ายบุคคล รอบนี้ทาง vivo X70 Pro 5G อัดฟีเจอร์มาให้เยอะมากๆ การถ่ายหน้าชัดหลังละลายหลักๆที่ใช้งานจะมี 4 โหมดตามนี้ Distagon / Planar / Sonnar และ Biotar เพื่อให้ได้ภาพ Bokeh ที่แตกต่างออกไป  ตัวอย่างภาพถ่ายบุคคล

ตัวอย่างภาพถ่ายโหมดกลางคืน เก็บรายละเอียดของแสงและพื้นสีดำได้ดีมากๆ เทคโนโลยี ZEISS T* ช่วยลดแสง Stray light และแสง Ghosting เมื่อถ่ายเวลากลางคืน ไม่ทำให้ผิดหวัง

รวมภาพถ่ายโหมด AUTO เปิด AI

แบตเตอรี่

vivo X70 Pro 5G ให้แบตเตอรี่มาที่ 4,450 mAh รองรับชาร์จเร็ว 44W จากที่ได้ทดลองใช้งงานมาถือว่าจัดการพลังงานได้ดีมากครับ ใช้งานได้ตั้งงแต่เช้าถึงก่อนนอนสบายๆเลย

สรุป

vivo X70 Pro 5G เป้นสมาร์ตโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบการถ่ายภาพ กล้องหลังให้เลนส์มาครบทุกระยะในการใช้งาน จะถ่ายบุคคลแบบ Portrait หรือชอบถ่ายวิวสวยๆซูมระยะ 5x ตัวนี้เอาอยุ่สบายครับ และยังงมีระบบกันสั่น Gimbal Stabilization 3.0 จะช่วยให้การถ่ายภาพมากขึ้น สำหรับคนมือไม่นิ่งหรือมือใหม่หัดถ่าย ระบบนี้ช่วยได้เยอะเลยครับ