เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ AMD Ryzen 3000 สถาปัตยกรรม 7nm พลิกโฉมประวัติศาสตร์ซีพียูค่ายแดง

0

สิ้นสุดการรอคอยเสียทีนะครับ สำหรับการเปิดตัวซีพียู AMD Ryzen 3000 อย่างเป็นทางการในวันนี้ เรามาดูกันพร้อมๆ เลย ว่านวัตกรรมที่ AMD ได้สรรสร้างไว้ให้เรามีประสิทธิภาพสูงแค่ไหน และจะเป็นดังที่หลายๆ คนคาดการณ์ไว้หรือไม่ เลื่อนลงไปอ่านกันได้เลยครับ

เริ่มกันที่การเปิดราคาของซีพียู Ryzen 3000 ทั้งสิ้น 5 รุ่น เทียบกับซีพียูของอีกค่าย ในราคาที่ใกล้เคียงกัน

โดยใน Ryzen สถาปัตยกรรม Zen 2 ได้เน้นในเรื่องของการปรับปรุงประสิทธิภาพ Single-thread เป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากกราฟด้านล่างนี้ว่า Zen 2 ต่างจาก Zen+ รุ่นก่อนหน้ามากเพียงใด

ในภาพรวมของประสิทธิภาพทางด้านการเล่นเกมนั้น เนื่องจาก Zen 2 ได้มีการเพิ่มปริมาณแคช L3 ให้มากขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า บวกกับการทำงานร่วมกับแรมที่มีค่า Latency ลดลงต่ำสุดถึง 33ns ทำให้ได้ความแรงในการเล่นเกมเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 21%

หนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยให้ Ryzen 3000 มีประสิทธิภาพดีขึ้น คือการทำงานร่วมกับ Windows 10 1903 ที่ช่วยลดอาการหน่วงจากการตอบสนอง จากเดิมที่มีค่าสูงถึง 30ms ใน Windows เวอร์ชันก่อน จนกระทั่งอัปเดตใหม่ แทบไม่เหลืออาการหน่วงให้เห็นเลยครับ

อีกทั้งยังมีการปรับปรุงเรื่องการเข้าถึงแกนประมวลผลของ Windows 10 ในอัปเดต 1903 จะช่วยให้การส่งผ่านข้อมูลไปยังแกนประมวลผล เข้าสู่ CCX แรกๆ ให้เต็มเสียก่อน เพื่อลดการถ่ายโอนข้อมูลระหว่าง CCX ซึ่งอาจก่อให้เกิดความล่าช้าในการประมวลผล ดังนั้น จึงอยากให้ผู้ที่ใช้งาน Ryzen ทุก Generation ได้ทำการอัปเดต Windows 10 เป็นเวอร์ชันล่าสุดครับ

Ryzen 9 3900X ราคาไทย 18,500 บาท

พี่ใหญ่สุดในงานที่มีการเปิดตัวไปก่อนหน้า กับ Ryzen 9 3900X ที่มาพร้อมแกนประมวลผล 12 Cores/24 Threads ความเร็วอยู่ที่ 3.8/4.6 GHz และมีค่า TDP 105W

แน่นอนว่าได้เน้นประสิทธิภาพของการประมวลผล Single-thread ซึ่งเดิมเคยเป็นจุดอ่อนของ AMD Ryzen จะกระทั่งวันนี้ ทำให้เราได้เห็นแล้วว่า Zen 2 สามารถเร่งความแรงให้เทียบเคียงกับซีพียูรุ่นล่าสุดของอีกค่ายได้อย่างสูสีเลยทีเดียว

และอีกจุดเด่นที่เหนือกว่าทางด้านการทำงาน เมื่อเทียบประสิทธิภาพต่อราคาแล้ว AMD ยังก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในด้านนี้ครับ

ทางด้านการใช้พลังงาน จากการทดสอบด้วย Cinebench R20 พบว่า Ryzen 9 3900X ให้ประสิทธิภาพต่อการใช้พลังงานดีกว่า Intel Core i9-9900K ถึง 58% ในขณะที่ใช้พลังงานไป 190W ครับ

Ryzen 7 3800X/3700X  ราคาไทย  14,500 / 12,500 บาท

กลับมาที่ซีรี่ส์ดั้งเดิม พี่ใหญ่ในกลุ่ม Ryzen 7 ยังคงมีแกนประมวลผล 8 Cores/16 Threads เหมือนเดิม แต่เพิ่มความเร็วอยู่ที่ 3.9/4.5 GHz และมีค่า TDP 105W ครับ

การเล่นเกมยังคงสูสี แต่ด้านการทำงานนั้น AMD กินขาด

เทียบประสิทธิภาพต่อพลังงานแล้วนับว่าคุ้มค่า แม้จะกินไฟเยอะกว่าคู่แข่งเพียงเล็กน้อย

ส่วนอันนี้เป็นของรุ่นน้องอย่าง Ryzen 7 3700X นะครับ จะเห็นว่าประหยัดไฟมากกว่า ในขณะที่ประสิทธิภาพก็ไม่ได้ลดลงจากคู่แข่งมากนัก

เทียบให้ดูเลยว่าร้อนน้อยกว่าจริงๆ ยิ่งเข้าใกล้สีขาว แสดงว่ายิ่งร้อน

Ryzen 5 3600X/3600   ราคาไทย 9,000/7,290 บาท

ต่อมาเป็นรุ่นประหยัดแต่ประสิทธิภาพไม่เล็กตามตัว Ryzen 5 3600X มีแกนประมวลผล 6 Cores/12 Threads ความเร็ว 3.8/4.4 GHz 95W TDP

ทดสอบการเล่นเกมส่งเข้าท้าชิงกับ Core i5-9600K พบว่าประสิทธิภาพนั้นสูสีกันเลยครับ

และเมื่อทดสอบประสิทธิภาพในการทำงาน แน่นอนว่าด้วยข้อได้เปรียบของ Thread ที่เยอะกว่า AMD จึงชนะอย่างขาดลอย

สุดท้ายประสิทธิภาพต่อการใช้พลังงานดีกว่าคู่แข่ง 22% โดยใช้ไฟไปทั้งสิ้น 130W

X570 เมนบอร์ดซีรี่ส์ใหม่ พร้อมเทคโนโลยีล้ำนำสมัย

เมนบอร์ดซีรี่ส์ใหม่ของ AMD ได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้นมาเลยครับ นอกจากที่จะมาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ อย่าง PCIe 4.0 ที่เพิ่มแบนด์วิดธ์ในการรับส่งข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น ยังข่วยเพิ่มความเสถียรในการ Overclock ทั้งซีพียูและแรมอีกด้วย

จากในงานเปิดตัวนั้นได้สอบถามทาง AMD และได้บอกมาว่าสามารถเปิด XMP แรมที่บัส 4533 MHz ได้แบบสบายๆ ไม่ขึ้นจอฟ้า ไม่มีค้างหรือกระตุกใดๆ โดยความเร็วแรมที่แนะนำจะอยู่ที่บัส 3600 MHz ครับ

ก่อนจะจากกันไปกับส่วนการเปิดตัวซีพียูนะครับ ผมคิดว่าหลายคนน่าจะเกิดคำถามขึ้นมา “แล้วรุ่นที่มีแกนประมวลผลมากกว่า 12 Cores จะมีอยู่จริงหรือไม่…” นี่เลยครับ

Ryzen 9 3950X 16 Cores/32 Threads!!

เจ้าตัวนี้ได้มีการนำมา Overclock โชว์ภายในงานอีกด้วย โดยตัวที่นำมาโชว์จะไม่ใช่ตัวขายจริงเป็นตัว ES ทำให้มีความเร็วอยู่ที่ 3.3/4.2 GHz แต่ตัวที่จะวางขายจริงนั้นจะอยู่ที่ 3.5/4.7 GHz ครับ

และที่สำคัญ มันคือตัวที่โดนจับ OC ด้วยไนโตรเจนเหลว ดันคล็อกไปที่ 5.0 GHz เมื่อทดสอบด้วย Cinebench R20 แล้วพบว่า มันแรงกว่า Threadripper 1950X เสียด้วยซ้ำ

สังเกตตรงบัสแรมให้ดีล่ะ 4000+ MHz เน้นๆ และที่น่าตกใจไปมากกว่านั้นคือเรื่องของค่า TDP ที่ใช้งานเพียงแค่ 105 W เท่านั้น ทำให้มันน่าสนใจมากๆ และเรื่องของความร้อนนั้นบอกได้เลยว่ามันหายห่วง สามารถใช้งานได้อย่างสบายๆ เพราะอานิสงจาก 7nm

และนี่คือค่าตัวของมันครับ

ยลโฉมกันหน่อยครับ

Oveclock Ryzen

โดยเรื่องของการ Overclock นั้น ทาง AMD ได้แจ้งค่าเฉลียมาว่า
Ryzen Gen 1    จะอยู่ที่   4.1 GHz
Ryzen Gen 2    จะอยู่ที่   4.35 GHz
Ryzen Gen 3    จะอยู่ที่   4.6 GHz

ในบทความถัดไป ผมจะพาไปดูการ์ดจอ Radeon RX 5700 series นะครับ อย่าลืมติดตามกันให้ดีๆ ล่ะ