TIP:เพิ่มประสิทธิภาพ NAS ด้วย WD BLUE SSD 1TB ใช้งานเป็น SSD Caching

0

TIP:เพิ่มประสิทธิภาพ NAS ด้วย WD BLUE SSD 1TB ใช้งานเป็น SSD Caching

สวัสดีครับเพื่อนๆชาว ExtremePC ทุกๆท่าน ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จัก HDD แบร์ดดังอย่างทาง WD หรือ Western Digital กันใช่มั้ยละครับ เรียกว่าเป็นแบร์ดที่ใครเคยประกอบคอมพิวเตอร์ก็ต้องรูเจัก แต่ผ่านมาประมาณ 1 ปีมาแล้ว ทาง WD นั้นได้ทำการผลิต SSD ออกมาวางขายในแบร์ด WD เอง แต่ถ้าให้พูดกันตามตรงก็คือว่าทาง WD ได้ซื้อกิจการจากทาง SanDisk มาเพื่อทำให้แบร์ดของตัวเองมีอะไรใหม่ๆมากยิ่งกว่าเดิมไม่ได้หยุดแค่ HDD จานหมุนอย่างเดียวแล้วเท่านั้นแต่ถ้าจะพูดว่า เทคโนโลยี่ของ SSD นั้นจะมาแทนที่ HDD ได้ก็คงต้องบอกว่าอีกนานเลยทีเดียวเพราะว่า SSD ที่มีความจุสูงๆราคาเรียกว่าแพงมากๆครับแต่ถ้านำมาใช้งานแบบลูกผสมที่ช่วยทำงานให้ HDD จานหมุนทำงานได้ดีขึ้น มันก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยถูกมั้ยละครับ โดยวันนี้ทางเราจะมีนำเสนอการใช้งานอีกด้านหนึ่งของ WD BLUE SSD 1TB กัน โดยจะมาใช้งานร่วมกับเครื่อง NAS เพื่อให้มาเป็น SSD Caching ระหว่างการใช้งานถ่ายโอนข้อมูลนั้นเอง โดยการทดสอบในวันนี้จะเป็นการทำงานร่วมกับ WD RED 10 TB จำนวน 2 ลูกเพื่อให้สามารถใช้งานเครื่อง Nas ได้ลื่นกว่าเก่าและลดอาการหน่วงของการทำงาน HDD ออกไป

 

 

 

 

สำหรับหน้าตาของตัว SSD นั้นจะเป็นขนาด 2.5 นิ้วตามปกติครับเป็นรุ่น WD BLUE SSD 1TB ที่มี ความหนา 7mm

 

 

 

 

 

สำหรับในส่วนที่จะมาเป็นอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลจะใช้งานเจ้า WD RED 10 TB จำนวน 2 ลูกด้วยกัน โดยจะมาใช้งานการเชื่อมต่อแบบ RAID 0 เพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุดทั้งการอ่านและการเขียน

โดยเราจะใช้งานได้ต้องเป็นเครื่อง Nas ที่ีองรับด้วยเช่นกันในวันนี้จะใช้งานเป็นเครื่อง Nas จากทาง QNAP ในการทดสอบ โดยเป็นรุ่น  QNAP TVS-682T NAS ที่มาพร้อมกับ Thunderbolt 2 ,10GBase-T และ Gigabit Ethernet มีฟังค์ชันการใช้งานแบบครบๆเลยทีเดียว

โดยเจ้า QNAP TVS-682T นั้นรองรับการติดตั้ง SSD ทั้งหมด 2 ลูกและยังมีสล๊อต M.2 อีกจำนวน 2 ช่องด้วยกันสามารถติดตั้งใช้งานได้ภายในเครื่อง และส่วนของการติดตั้ง HDD ขนาด 3.5 นิ้วนั้นรองรับการใช้งานทั้งหมด 4 ลูกด้วยกัน เรียกว่าเป็น Nas รุ่นใหญ่ที่เอาไว้ใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

หลังจากติดตั้งระบบอะไรต่างๆหมดแล้วนั้นถ้าเรามาเช็คสถานะของอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดจะเห็นว่ามี SSD จำนวน 1 ตัวและ HDD อีกจำนวน 2 ตัวด้วยกันครับโดยตรงนี้ทางด้านหน้าของโปรแกรมจะมีบอกสถานะของตัว HDD เอาไว้ด้วยทำให้รู้ว่า HDD ของเรายังปกติดีอยู่หรือไม่

โดยการตั้งค่าเปิดใช้งานนั้นจะให้มาที่หมวด Cache Acceleration แล้วเรจะเจอกับปุ่มให้เปิดระบบการทำ Cache โดยก่อนเปิดนั้นจะมีข้อความเตือนว่าอย่าถอด SSD ถ้านำมาใช้งานเป็น Cache ไม่งั้นข้อมูลจะสูญหายได้ ตรงนี้ก็ให้กดตกลงไปได้เลย

โดยหลังจากเปิดแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องไปทำอะไรมันเลยครับเดียวตัวเครื่องจะสังเกตการใช้งานของเราว่าเราใช้งานโปรแกรมไหนไฟล์ไหนบ่อยๆแล้วจะย้ายมาไว้ที่ตัว SSD เองอัตโนมันทำให้การใช้งานมีความลื่นมากยิ่งขึ้นและลดอาการหน่วงลงไปได้

โดยเริ่มแรกนั้นหลังจากเปิดใช้งานเราจะเห็นว่าตัว SSD ที่นำมาทำเป็น Caching จะยังมีความว่างเปล่าอยู่ ก็ไม่ต้องตกใจอะไรเพราะตัว Nas นั้นยังไม่มีข้อมูลอะไรเลยเดียวต่อไปนี้จะเป็นการนำไฟล์ไปใส่เครื่องแล้วลองใช้งานจริงกันดูครับ

โดยความเร็วในการ Copy ลงไปยังเครื่อง Nas นั้นค่อนข้างแกว่งเล็กๆเพราะมีตัว SSD มาช่วยในการทำงานบางจังหวะ ตรงนีั้ต้องบอกว่าค่อนข้างแจ่มมากๆเลยทีเดียวครับเพราะตัวเลขที่ผมเห็นสูงสุดนั้นอยู่ประมาณ 252 MB/s ขณะทำการ Copy ไฟล์ลงไปยังเครื่อง Nas นั้นเอง ส่วนนี้ทำให้ดึงประสิทธิภาพมาใช้งานได้อย่างจริงจังแทนที่บางจังหวะเราโยนไฟล์แค่ 5 GB ต้องรอนาน ตอนนี้่ก็แปบเดียวเท่านั้นน

หลังจากใช้งานไประยะหนึ่งจะเห็นว่าตัว Cache นั้นจะมีข้อมูลเพิ่มขึ้นไปยังตัว SSD ที่เราเสียบใช้งานอยู่นั้นหมายความว่าเครื่อง Nas ได้มีการเรียนรู้ว่าเราใช้งานไฟล์อะไรบ่อยๆบ้างทำให้ไฟล์นั้นไปอยู่บนตัว SSD เพียงเท่านี้พอเราใช้งานข้อมูลเดิมต่ออีกรอบก็เร็วขึ้นแล้วและครับ

โดยมาลองโหลดไฟล์จากเครื่อง Nas กลับลงมายังคอมพิวเตอร์ดูกันบ้าง ตรงนี้ความเร็วกลับวิ่งได้ปกติ เนื่องจากไฟล์ที่ทางผมดึงลงมาอาจจะไม่ได้อยู่ในตัว SSD ส่วนนี้ถ้าพูดกันตามตรงเลยก็คือถ้าใช้งานทั่วๆไปเรื่อยๆยิ่งนานเครื่อง Nas เราจะยิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากมันเรียนรู้การใช้งาน แต่ถ้าทดสอบประสิทธิภาพแบบแป๊บๆอาจจะไม่เห็นผลสักเท่าไรนัก ส่วนนี้ผมถือว่าตอบโจทย๋การใช้งานได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวและถ้าบ้านใครนั้นมีคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องและดึงไฟล์ออกไปพร้อมๆกัน ถ้าไม่ได้ทำระบบ Cache เอาไว้อาจจะเกิดอาการค้างหยุดทำงานต้องรอสักพักถึงจะกลับมาใช้งานได้ ส่วนนี้ก็มาเสริมอุดช่องโหวนั้นเองครับ ก็ถือว่าเป็นอีักหนึ่งลูกเล่นเสริมของเครื่อง Nas และทำให้เห็นว่าเจ้า SSD นั้นเริ่มมามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากยิ่งขึ้น สำหรับวันนี้ทางผมก็คงต้องขอตัวลาไปก่อนแต่เพี่ยงเท่านี้ เอาไว้พบกันใหม่ สวัสดีครับ