พื้นที่แห่งการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมยุค 5G แห่งอนาคต

“TrueLab@ChulaEngineering: 5G & Innovative Solution Center” จะตั้งอยู่ที่อาคาร 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีพื้นที่กว่า 600 ตร.ม. โดยสร้างให้เป็นพื้นที่ศูนย์กลางเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยเทคโนโลยี 5Gที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทั้งด้านการศึกษา การแพทย์ การขนส่ง ความปลอดภัย รวมถึงการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ตลอดจนเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงาน
Use case/Showcase ที่เกิดจากความร่วมมือของจุฬาฯ และกลุ่มทรูนอกจากนี้ TrueLab@ChulaEngineering: 5G & Innovative Solution Center” ยังเป็นพื้นที่ในการคิดค้น (InnovativeIdea) แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ฝึกอบรม และถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ ในรูปแบบของOpen Innovation ซึ่งกลุ่มทรูจะสนับสนุนทั้งทางด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์เครื่องมือ และความเชี่ยวชาญของบุคลากร รวมทั้งการสนับสนุนทุนวิจัยให้แก่นักวิจัย และนักศึกษาอีกด้วย
รศ. ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า “ทางจุฬาฯ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ 5G ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ทางคณะฯ จึงได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านของบุคลากรและการสร้างงานวิจัยพัฒนาที่เกี่ยวช้องกับการให้บริการ 5G เพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงและทั่วถึง ซึ่งความร่วมมือกับกลุ่มทรูครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญที่ภาคการศึกษาไทยจะได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งรวมถึงการเปิดพื้นที่แห่งการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมและโซลูชั่นที่ TrueLab @ChulaEngineering: 5G & Innovative Solution Center ตลอดจนการให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคณาจารย์ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงนิสิตนักศึกษาให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง สามารถทดสอบและทดลองโซลูชั่นหรือ Use Case ต่างๆ ด้วยตัวเอง รวมทั้งจะเป็นการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอีกด้วย
น.พ. ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)กล่าวว่า“ภารกิจของกสทช. ในการผลักดันประเทศไทยให้มีความพร้อมก้าวเข้าสู่ยุค 5G เทียบเท่ากับสากลนั้น เป็นภารกิจที่ใหญ่และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้การสนับสนุน ทั้งการจัดตั้งศูนย์ทดลองทดสอบ และการสร้างการรับรู้ถึงประโยชน์จากการใช้ 5G ซึ่งจะเข้าไปมีบทบาทและมีบริการที่เกี่ยวกับหลากหลายภาคส่วน อาทิ อุปกรณ์เชื่อมต่อ Internet of Things (IoT) ระบบการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล
Big Data ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System: ITS) ระบบสาธารณสุขทางไกล (Telehealth) เป็นต้นซึ่งกสทช. เชื่อว่าว่าการลงทุนจัดตั้ง True Lab นี้จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อน
การวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี 5G ของประเทศไทยมีความรุดหน้าอย่างรวดเร็วและนำพาให้ไทยเข้าสู่ 5G ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้คือภายในปี 2563 นี้โดยกสทช.มีความตั้งใจที่จะช่วยผลักดันเอกชนให้เกิดบริการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และที่สำคัญคนไทยได้ทำความรู้จักกับเทคโนโลยี 5G ได้รับประโยชน์จากการประยุกต์ใช้งานต่างๆ อย่างทั่วถึง”