14 กันยายน 2564 : ผลกระทบจากการวิกฤตโควิดที่อยู่กับประเทศมามากกว่า 1 ปี ส่งผลกับภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ทำให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องปรับตัว และใช้จุดแข็งมารวมพลังกัน ประคับประคองให้ประเทศไทยเดินต่อได้ โดยเฉพาะการส่งความช่วยเหลือไปยังกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหารรายเล็ก เป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง เอไอเอส และ ธนาคารกรุงไทย ที่พร้อมเป็นช่องทางให้ร้านค้ารายเล็กอย่าง ร้านถุงเงิน เพิ่มโอกาสในการขายสินค้า และรับชำระผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินด้วยพอยท์ของลูกค้าเอไอเอส โดยไม่มีค่าธรรมเนียม ในโครงการ “พอยท์เพย์” ที่พร้อมเปิดตัวแล้ววันนี้
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “นโยบายของเอไอเอส นอกจากเดินหน้าพัฒนาบริการดิจิทัลอย่างดีที่สุดแล้ว การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศและช่วยเหลือสังคมก็เป็นหน้าที่หลักที่เร่งดำเนินการอย่างสุดความสามารถเช่นกัน เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ดำเนินมากว่า 1 ปี ได้สร้างผลกระทบให้แก่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มร้านค้ารายเล็ก ตามชุมชนต่างๆ สาเหตุเนื่องมาจากกำลังซื้อที่น้อยลง รวมไปถึงความจำเป็นที่ต้องกักตัวเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เราจึงมุ่งมั่นที่จะใช้จุดแข็งคือ โครงข่ายดิจิทัล รวมถึงฐานลูกค้ากว่า 43.2 ล้านรายเข้าไปเชื่อมต่อ ช่วยเหลือ สนับสนุน เพื่อรักษาไว้ให้ได้ทั้งร้านค้ารายเล็ก ที่เป็นเสมือนฟันเฟืองจำนวนมหาศาลที่มีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานราก และ ร่วมลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า AIS ไปด้วยในเวลาเดียวกัน”
“การประสานพลังกับธนาคารกรุงไทย ในครั้งนี้จึงถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญยิ่ง ในแง่ของการทุ่มเทสรรพกำลังของผู้นำด้านโทรคมนาคมกับผู้นำภาคการเงินธนาคาร ที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เปิดตัวโครงการ “พอยท์เพย์” ที่เสมือนหนึ่งการใช้ เอไอเอส พอยท์เข้ามาช่วยชาติ กระตุ้นการจับจ่ายให้เกิดรายได้กับบรรดาร้านค้าถุงเงินทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ พร้อมช่วยลดภาระและบรรเทาค่าใช้จ่ายของลูกค้า AIS ผ่านการใช้พอยท์เป็นส่วนลดแทนเงินสด”
