Review: MSI Z270 XPOWER GAMING TITANIUM ขาวอวบสำหรับคนชอบของแรง!!

0

Review: MSI Z270 XPOWER GAMING TITANIUM  ขาวอวบสำหรับคนชอบของแรง!!

สวัสดีครับทุกๆท่านวันนี้มาเจอกันอีกแล้วสำหรับช่วงนี้ก็เป็นช่วงการรีวิวของเมนบอร์ดชิพเซต Z270 เลยก็ว่าได้ ตอนนี้ก็เริ่มได้วนๆของมาให้เรารีวิวกันบ้างแล้ว สำหรับวันนี้ทางผมก็ได้รับเมนบอร์ด MSI Z270 XPOWER GAMING TITANIUM เรียกได้ว่าเป็นตัวท๊อปสุดและสูงสุดของชิพเซต Z270 จากทาง MSI เลยทีเดียวครับ จริงๆก่อนหน้ารุ่นนี้ที่เป็นชิพเซต Z170 ก็ได้ทำชื่อเสียงมาแล้ว ทั้งเรื่องฟีคเจอร์และฟังค์ชั้นต่างๆเอาไว้มากมายและตัวสีของเมนบอร์ดที่ได้ใช้งานเป็นสีเงินออกขาว สวยงามและยังไม่มีแบร์ดไหนทำกับเมนบอร์ดก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับคนอยากตกแต่งเคสคอมให้แหวกแนว เอาเป็นว่าเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

สำหรับตัวกล่องนั้นทาง MSi ก็ได้มีการใช้งานเหมือนแบบก่อนหน้าทุกประการมีแค่การเปลียนเลข 1 เป็นเลข 2 ก็เท่านั้นเอง แต่เรื่องประสิทธิภาพต้องบอกก่อนเลยว่าได้มีการเปลียนแปลงอย่างแน่นอน เดียวไปดูกันเลย

ทางด้านหลังของตัวกล่องก็จะมีการบอกรายละเอียดของตัวเมนบอร์ดต่างๆเอาไว้ทั้งหมดหลายจุด พร้อมทั้งซอฟแวร์ต่างๆที่เอาไว้รองรับและซัพพอตในการใช้งาน

ส่วนอุปกรณ์ต่างๆนั้นจะมีสาย Sata ทั้งหมด 6 เส้นด้วยกันเส้นที่แถมนั้นจะมีสีเงินสวยงามเลยที่เดียว พร้อมทั้งฝาปิดช่อง I/O สายต่อชุดวัดไฟเลี้ยงต่างๆ สาย USB 3.0 แบบหักหลบไปทางด้านหน้าเครื่องเพื่อซ่อนสายและอุปกรณ์เสริมอีกมากมาย

คู่มือการใช้งานและติดตั้งพร้อมทั้งแผ่น DVD ไดรเวอร์ของซิพเซตเมนบอร์ดต่างๆพร้อมทั้งซอฟแวร์ที่เอาไว้ใช้งานบนตัวเมนบอร์ดนี้ถือว่ามาให้ครบและพร้อมมากๆสำหรับเอาไว้เล่นเกมส์

สำหรับตัวเมนบอร์ดจะมาในขนาด ATX ตัวเมนบอร์ดจะมีสีเงินสวยงามทั้งบอร์ด มองผ่านๆจะมองออกได่เลยว่ามีความแตกต่างกับ MSI Z170A XPOWER GAMING TITANIUM EDITION ในหลายๆจุด

มาดูส่วนของชุดภาคจ่ายไฟกันก่อนเลยส่วนนี้จะเห็นว่าทาง MSI ได้เปลียนมาใช้งานเกรดอย่างดีบนชุดมอสเฟสจ่ายไฟนั้นมีเขียน TI เอาไว้ อารมณ์เอาชุดภาคจ่ายไฟของการ์ดจอมาใช้งานเลยทีเดียวและครับ

สำหรับการจ่ายไฟเลี้ยงให้กับตัว CPU นั้นจะมีช่องเชื่อมต่อแบบ 8 pin และ 4 pin โดยการจ่ายไฟให้สามารถ Overclock ได้เต็มที่กต้องเสียบให้ครบ

ทางด้านหลังของตัวเมนบอร์ดจะมีฝาปิด i/o เอาไว้เรียบร้อยสวยงามและมีการสกรีนคำว่า TITANIUM เอาไว้สวยงามและมีการเจาะรูเป็นเส้นตารางเอาไว้สวยงาม

สำหรับการเชื่อมต่อ RAM นั้นจะรองรับการติดตั้งทั้งหมด 64 GB ด้วยกันและยังรองรับบัสแรมมากถึง 4000 MHz เลยทีเดียว งานนี้ใครอยากเล่นแรมบัสสูงๆก็สามารถติดตั้งใช้งานได้ทักทีมันใจว่าเปิดแบบ XMP ได้อย่างแน่นอน

ส่วนของ MSI OC DASHBOARD ก็ยังคงมีมาให้เอาไว้ใช้งาน ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์เสริมเอาไว้สำหรับการ Overclock ตอนเล่น Ln2 ทำให้สามารถกดได้ง่ายมากขึ้นและสะดวกในการใช้งาน

เรื่องของสล๊อตในการติดตั้งการ์ดต่างๆจะมีช่อง PCI-E จำนวน 6 ช่องด้วยกันโดยจะแบ่งเป็น PCI-E 1X จำนวน 2 ช่องและ PCI-E 16X จำนวน 4 ช่องด้วยกันรองรับการติดตั้งการ์ดจอแบบ SLI

อีกส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ที่ต้องพูดถึงคือการรองรับการติดตั้ง M.2 มากถึง 3 สล๊อตด้วยกันและยังรองรับการใช้งานแบบ RAID 0 1 อีกด้วย

โดยจะมีฮิตซิงค์สำหรับสล๊อต M.2 ออกมาให้เพื่อช่วยระบายความร้อนสะสมบนตัวคอลโทรเลอร์ ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและยังเสริมหล่ออีกด้วยนะ

ตัวฮิตซิงค์ PCH นั้นจะมีรูปลายมังกรติดตั้งเอาไว้สวยงามบงบอกถึงความเป็นเกมส์มิ่ง

มองมาทางด้านลางจะเห็นว่ามีไฟแสดง DEBUG CODE ติดตั้งเอาไว้ทางด้านล่างเพื่อเอาไว้บงบอกเวลามีปัญหาก็จะแสดงโชว์เป็นตัวเลข

สำหรับปุ่มเปิดปิดตัวเครื่องจริงๆแล้วบนตัวเมนบอร์ดนั้นก็มีสวิตช์มาให้อยู่แล้วโดยจะมีสวิตช์เปิดปิดเครื่องพร้อมทั้งปุ่ม Reset เหมาะสำหรับคนที่ใช้งานโดยไม่มีเคส สุดท้ายนี้จะเป็นปุ่มปรับระดับความแรงของ CPU เพียงแค่หมุนปุ่มนี้ก็จะเป็นการ Overclock เพิ่มความเร็วให้กับตัว CPU ได้ง่ายๆเลยทีเดียว

สำกหรับ Port การเชื่อมต่อ Sata จะรองรับมากถึง 8 port ด้วยกันพร้อมทั้งยังมี port u.2 มาให้ใช้งานอีกด้วยเอาไว้เชื่อมต่อ SSD  สุดท้ายจะเป็นช่องสำหรับต่อสาย USB 3.0 ไปยังทางด้านหน้าของตัวเคส จุดนี้ผมค่อนข้างชอบตรงที่ได้มีการหักงอออกมาทางด้านข้างทำให้เวลาติดตั้งสามารถซ่อนสายไฟได้สวยงามมากขึ้น

เรื่องของระบบเสียงนั้นทาง MSI ก็ยังคงใช้งานเป็นส่วนของ AUDIO BOOST

ทางด้านหลังของตัวเมนบอร์ดก็มาในรูปแบบสีขาวทั้งตัวมีการทำลวดลายเอาไว้สวยงามเลยทีเดียวและครับ

สำหรับการเชื่อมต่อทางด้านหลัง I/O ก็จัดเต็มมีช่อง PS2 เอาไว้เพื่อรองรับขา Overclock หรือว่าจะเป็น USB 2.0 อีก 3 ช่อง พร้อมทั้ง USB 3.0 จำนวน 5 พอร์ต หรือว่าจะเป็นพอร์ต LAN นั้นก็ให้มาเป็นแบบ DUAL LAN ส่วนของการเชื่อมต่อออกสู่จอภาพจะมีช่อง DisplayPort กับ HDMI มาให้ใช้งานและที่ขาดไม่ได้สำหรับยุคนี้ก็คือ USB Type-C